You are currently browsing the daily archive for NovemberUTC05 7,2007.

ไม่ได้เขียนมาเดือนกว่า เรื่องเยอะมากมาย เล่าเป็นหัวข้อๆละกัน

泰国的习惯让胖的女孩儿坐公共汽车表示对胖的女孩儿尊重表示对胖的女孩儿尊重 น้องกรณ์ของเรา เห็นคนอ้วนขึ้นรถมาลุกให้เค้านั่งซะงั้น ก็งงว่า ทำไมอยู่ดีๆมายืนกะเรา ละก็มาเกาะๆ ละก็ขำๆ ที่เเท้ ตัวเองลุกให้คนอ้วนนั่งเเล้วก็ไม่เเน่ใจว่า เค้าท้องหรือว่าเค้าอ้วน 555

พอดี ลิซ่ามาลงโปรเเกรม ดิส ของจีนให้ หาคำว่า อ้วนทิ้งไว้ (ก็หาเพื่อจะเเต่งไอ้ประโยค ข้างบนนิเเหละ) ละก็ไม่ได้ ปิดโปรเเกรม ออกไปข้างนอกกลับมาลงรูป (พอดีออกไป เที่ยวสถานที่คล้ายๆ ตรอกข้าวสารบ้านเรามาเลยจะลงรูปซะหน่อย) กด Ctrl + L เพื่อจะกลับหัวรูปภาพ มันดันเป็นคำสั่งให้โปรเเกรม ดิส ออกเสียง ไอ้เราก็ งง เสียงไรวะ Get Fat คิดว่าผีหลอก หรือเปล่าวะ กว่าจะ อ่อ โปรเเกรมดิส เล่นเอา งง ไปหลายนาที

เรื่องนี้ก็ เป็นเหตุการณ์ต่อจากโดนโปรเเกรมดิสหลอกนิเเหละ ก็ไปเดินเล่นละซื้อปลาหมึกเส้นๆมา หยิบออกจากกระเป๋าจะเเกะกิน เปิดปาก หารู้ไม่ ตูดถุงมันเปิดอยู่ กรี้ดดดดดดดด หกหมดเลย เเต่สุดท้ายก็กินหมด

ไปเที่ยว 乐山 กับ 峨眉山 ถ่ายรูปไป 259 รูป มีรูปตัวเอง 16.5 รูป (ที่มี 0.5 เพราะว่า มีรูปนึงยื่นขาเข้าไปถ่ายในรูปกะคนอื่นด้วย)
ทริปนี้มีเรื่องมากมาย
ก่อนไปทริปนี้ ทะเลาะกะไอ้ห่าวินมากมาย ก็ชวนละไม่ไป ลีลา ลังเล ต้องรอถามคนที่อยากให้เค้ามารู้ใจ เอาวะไม่ถามเเม่งเลยละกัน มีที่ไหน บอกว่าอยากไปด้วยเพราะอยากรู้ว่า ไปยังไง ละมึงจะไปอีกทีกะใคร ??? คนที่มึงอยากให้เค้ามารู้ใจ ??? เริ่มตั้งเเต่ จัดทริป เพราะว่า ต้นเดือน ตุลาคม หยุด นานถึง 11 วัน เที่ยวรัวๆ เริ่มจาก วันชาติของประเทศจีน ออกไปดูพุลกัน คนเเน่นมากมาย ถ่ายหลุดก็ไม่ได้เพราะไม่มีขาตั้งกล้อง รูปวันนั้นก็ไม่ค่อยสวย เเต่ก็โอเคถือว่าไปดูพุล ละก็กลับมากินเบียร ฉลองวันชาติจีน วันต่อไป พิพิธภัณฑ์ JinSha ตัวพิพิธภัณฑ์งั้นๆ ก็เเน่ละ เราไม่รู้เรื่อง ผนวกกับ ฟังภาษาจีนที่บอกกล่าวถึงที่มาที่ไป ของสถานที่นี้ไม่ออก เเต่วันนี้เป็นวันที่ถ่ายรูปสวยมากก เ้เสงดี ถ่ายง่าย คนไปกันเยอะเเยะ เลยสนุกกจิงๆ วันรุ่งขึ้ันไปเมืองเก่า LouHua เมืองนี้หน้าตาละม้ายคล้าย JinLi มันก็เมืองเก่าอะเเหละ มีของขายมากมาย เเต่ว่าของกินเล่น อร่อยมาก เช่น เเป้งทอด ไข่นกกระทา (คล้ายบ้านเรา เเต่ จิ้มพริกกะบผงชูรส เอาให้หัวล้านไปข้างนึง) อร่อยดีครับ ในเมืองนี้มีบ้านผีสิงให้เข้าด้วย เดินทางอย่างมืด มองห่าไรไม่เห็นเลย จ่าฝูงหัวเเถวโขกเสาไปหนึ่งรอบ ระหว่างที่อยู่ที่เมืองนั้น ได้ยินมา มีกำเเพงเมืองจีนด้วย เป็นกำเเพงเมืองจีนที่สุดทางเป็นวัด เดินไปได้นิดหน่อย สาวๆ ถอยทัพกันเป็นเเถว บอกร้อน ไม่ไหว เหลือ ผม เเปะ ละก็เซวา เดินกันไปจนถึง วัด ก็ว่าระหว่างทางมีขายพวกธูป ยังถามเเปะเลยว่า ใครจะ ถ่อมาถึงนี้ซื้อละเเบกลงไปวะ ก็จริงครับผมพูดถูกเค้าไม่ได้เเบกลงไป เค้าเอาไปไหว้พระข้างบน 555 ละก็ลงมาอย่างปลอดภัย ก่อนลงมาเห็น รูปถ่ายเลยถามเค้าว่า พระพวกนี้อยู่ตรงไหน เค้าเลยบอกทางให้ไปดู นิถ้าไม่เห็นรูปก็สงสัยเดินลงทันทีไม่ได้ดู ทริปต่อไป ไปดู 熊猫 (เเพนด้า) ร้อนมากกกกก เเพนด้าหายหมด เห็นเเค่ หกตัว ดูพยากรณ์อากาศบอกว่า อากาศไม่ร้อน เเดด ไม่ออก ไปถึง ร้อนชิบ เเดดออกเเรงมาก สรุป เเพนด้ามันร้อนเลยไม่ออกมาเล่น อดเห็น กูจะบ้า ละวันถัดมาก็ไป 井巷子 ไปคนเดียว ที่นี้ก็เหมือนตรอกข้าวสารบ้านเราละครับ เเต่ ใหญ่กว่า ละก็ดูดีกว่า ของเเพงกว่า นิเเอบไปคนเดียว เพราะว่า ไม่รู้ว่ามันไปยังไง กลัวพากันไปเยอะๆละหลง กลับมาบอกทุกคนว่า ของขายเยอะ น่าสนใจมาก ไว้ไปกัน จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้ไปกันเลย รู้งี้วันนั้น เดินให้หมดๆไปเลยก็ดี เเต่ก็นะวันนั้นฝนตกปอย คงอยู่ต่อไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก ต่อมาก็ถึงทริปใหญ่ ประจำวันหยุดยาวๆ 乐山 กับ 峨眉山 ครับ เผื่อจะอ่านกันไม่ออก เล่อชาน กับ เอ่อเม๋ยชาน ชานเเปลว่าภูเขาครับ ตอนที่ไปพิพิธภัณฑ์ เสชวน (四川) ผมอยากไปดู 乐山 มากๆ พระใหญ่ ส่วน 峨眉山 นั้น ผมเฉย เเต่ตอนหาข้อมูล จากลิซ่า เเหมมันน่าไปทั้งสองที่เลยนะนิ เลยจัดทริปกัน ไปกันเอง วันเเรกออกเดินทาง นั่งรถเมล์ 2 ต่อ ไปต่อรถทัวว์ จากนั้น ลงรถทัวว์ เรียกรถรับจ้างไปส่งที่โรงเเรม เข้าโรงเเรมกินข้าวเรียบร้อย นั่งรถทัวว์กลับไป 乐山 ละต่อ รถเมล์ ถึงจะถึง กว่าจะถึงก็ 15:00 อะครับ นับกันเองละกันว่ากี่ต่อ ที่ต้องทำเเบบนี้เพราะว่า พวกผมต้องเอาสัมภาระไปเก็บที่โรงเเรมก่อน ละ 乐山 กับ 峨眉山 นั้น เส้นทางเดินรถ เป็นรูป ตัว Y กลับหัวครับ ทำให้ต้องอ้อมไปมา เเต่ก็ได้เห็นพระใหญ่ครับ ใหญ่สมคำเล่าลือครับ 名不虚传 (ming bu xu chuan) เเต่วันที่ไป ฝนตก หมอก ลง ฉะนั้น วิวที่เป็นเเม่น้ำรอบๆ พระใหญ่ ไม่ไ้ด้เห็นเลยครับ ละก็นั่งรถกลับโรงเเรม พอดีว่าวันนั้นตรงกับวันเกิดกรณ์ ผมถามลิซ่าเรื่องร้านเค้กไว้ กว่าจะหาร้านเค้กเจอก็เหนื่อยเอาเรื่อง ตอนเเรกถามโรงเเรม โรงเเรมบอกไปร้านนี้ ปรากฎว่ามันเป็นร้านข้าวละให้บอกว่าจะเอาเต้กเเบบไหน เเต่ผมอยากดูเค้กละเลือกมากกว่า ไหนจะปัญหาเรื่องภาษา เค้ก รสชาติเเบบไหน คิดศัพท์ไม่ออก(โว้ย) ฉะนั้นสุดท้ายต้องไปร้านที่ลิซ่าบอกมา ขากลับไปทะเลาะกะไอ้คนถีบสามล้อ อีกบอกว่าผมบอกชื่อโรงเเรมผิด เอาตังค์เพิ่ม อย่างหงุดหงิด เเต่ก็มีเค้กให้น้องกรณ์ก็ดีไป ตอนให้ก็ไม่ เซอรไฟรส์เลยกู เดินถือไปหน้าด้าน ไฟที่เทียนก็ดับ เเถมให้เป่าก่อน เที่ยงคืนอีกเพราะว่าทุกคนเหนื่อย อยากนอนครับ วันรุ่งขึ้น ดูท้องฟ้าเเล้ว เมฆฝน ท่าทางจะไม่เป็นใจ พอถึง 峨眉山 หมอกหนามาก ซึ่งที่นี้ถือว่าเป็นสถานที่ วิว สวยมาก เพราะว่ายอดเขานั่นสูงกว่าเมฆซะอีก เฮ้อเซ็ง หมอกหนามองไรไม่เห็นเลย พอถึงยอด รูปปั้น หมอกก็หนามาก จนมองเเทบไม่เห็นอะไรเลย ละที่นี้หนาวมากครับ หนูนา กรณ์ ปลาย ซ่าไม่ออก บอกไรทำหมด น่ารักกันจริงๆ ปกติดื้อจะตาย เจอความหนาวเข้าไป อิอิ เเปะเจอลิงเเย่งของกินด้วย ลิงนะลิง ทำเเปะได้ ด้วยความที่ฝนตก เลยเอาถุงพลาสติกคลุมกล้องมองไรลำบากมาก ละปกติเป็นคนถ่ายรูปต้องมี take 1 2 3 4 5 เเต่วันนั้นเป็นอะไรไม่รู้เหมือนเข้าใจกล้องมัน ถ่าย ทีเดียวผ่าน (ตอนถ่ายไม่ได้ดูหรอกครับ มันดูไม่ได้ พอลงเขามาดู เยด กูถ่ายไปได้ไงวะ fluke สราด อีวินทำเก๋า ถอดเสื้อหนาว สรุปสุดท้ายต้องวิ่งตามหนูนา ขอเสื้อคืน อ่อลืมเล่าไปลิซ่าบอกว่า บนนี้เค้ามีเเม่กุญเเจขาย ละให้เขียนชื่อได้ เลยไปเขียนชื่อ toto bobo bum มา ละก็ lock ซะ เนื่องจากพอถึงยอดทุกคนเดินกระจายๆกัน เลยไม่ได้ไปเขียนชื่อละ lock ด้วยกัน จริงๆ ตอนเดินลงด้วยกันก็ผ่านร้านขายเเม่กุญเเจนะ เเต่ทำไมผมไม่ได้ทักให้ทำก็ไม่รู้ เเฮะๆ จบทริป 乐山 กับ 峨眉山 ทำให้รู้ว่า เกินงบอย่างเเรง ตังค์หมดกับหอเร็วกว่ากำหมด 1 วัน ในวันกลับ เฉิงตู่อากาศหนาวเเล้วเรียบร้อย หนาวชิบหาย กลับมาเดินไปลิซ่าๆ งง อ้าว ไมกลับมาเเล้ว พอดีลิซ่าอยู่กะ ฟาน เลยเเซวว่า นิผมเป็น กขค ปะนิ ลิซ่าบอกจะไปใช่ได้ยังไง เพื่อนกัน สรุป วันนั้น ฟาน บอกรักลิซ่าซะงั้น บอกเเบบมันหลุดออกมาเองไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้ก็เป็นเเฟนกันไปเรียบร้อย อย่าไปเครียดเลย ยังไงคนนี้ก็ดีกว่าน่า
จบทริป วันชาติจีนครับ เหนื่อย สนุกสุดๆ เเม้ว่าจะหมอกลง ฝนตก เหมือนเดิมครับ ดูรูปเเล้วหายเหนื่อย (เเม้จะนับเเล้วรูปกูน้อยเหมือนไม่ได้ไปกับเค้าก็ตาม) ขอบคุณลิซ่ามากๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ เรื่อง เดินทางยังไง ไปยังไง ละเอียดดีมาก ไม่หลงเลย ส่วนเพื่อนที่มาเมืองนี้ก็ เข้าท่ากว่าต้าเหลียงเยอะครับ มีความคิด ความอ่าน อยู่ด้วยเเล้วก็เพลินดีครับ เเถม ขายดีอีกด้วย ก็นะ สาวที่สวยที่สุดในหอ 3 4 อันดับเเรก เป็นคนไทยนิหน่า ตัดสินจาก 3 ชาติ เลยนะ (ไทน ญี่ป่น เกาหลี) พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ฟัง เหมือน เจอเเก้เเค้น ปิดห้อง เม้าส์กันบ้างว่า ชาย ใน หอ ใครหล่อสุด 555

กลับมาก่อนกำหนด มีเวลา 2 วันก่อนจะถึงวันเกิด ครบรอบ 27 ปี วันกลับมาจำไม่ได้เเล้วว่าทำไมเดินไปห้อง หนูนา กะ ปลาย เเต่กดกริ่งเเล้ว ได้ยินเสียง หนูนา ร้องว่า อุ๊ยตาย นิตกใจเหรอนิ พอวันรุ่งขึ้น เห็นละเเหละว่า หนูนากะปลายออกมาจากห้องผมอยู่หน้าห้องอ่านหนังสือ พอดี เลยหลอกให้ตกใจ หนูนาตกใจเเรงมาก ตลก พอตกเย็นไปนั่้งเล่นห้องซ้อกะยานิน คุยกันเรื่องที่ทะเลาะกะไอ้วินอะเเหละ เพราะมันก็มาบ่นให้ ซ้อกะยานินฟัง โตเเม่ง…. ซะพักโทรศัพท์ไอ้วินดัง มีเรื่องอารมณ์เสียมาจนได้ ไม่รู้ว่าสายหลุดหรือว่าวางสาย นิถ้าจะไม่คุยกันเเล้วก็ได้ ด้วยความเซ็ง ผนวกกะความง่วง ผนวกกะ บีบอกว่าพี่โต เค้าจะวางเเผนให้เค้กพรุ่งนี้ เลย โอเค กู นอน ดีกว่า ปิดไฟเรียบร้อยเเล้ว ไอ้วินมาเคาะห้องบอกกินเบียรมั้ย กินก็กิน เซ็งอยู่ นอนคงยากที่จะหลับ สรุป เค้ายกเค้กมาให้ผมครับ ระเบียบก็เปิดไฟ ผมเลยปิดไฟระเบียบเองเลย การกินเค้กวันนั้นทำให้หายเซ็งได้อย่างดี ขอบคุณน้องๆ มากครับ เป็นวันเกิดที่มีคนมาอวยพรเยอะมากในรอบหลายๆปี ถ้าจำไม่ผิด ก็ตั้งเเต่ปี 3 เลยละมั้ง (กี่ปีละหว่า 5-6 ปีได้ละมั้ง) ระหว่างที่กินเค้กกับเบียร์ (ใครเค้าทำเเบบนี้กัน) ไอ้บีเมาเละ hurt เกาหลี นอกจากนี้เเล้ว ตอนกินเอาไข่ไปทำไข่เจียว เเต่มันเป็นไข่ที่ได้เเถมมาจากการซื้อของ ไม่สดอย่างเเรง ขอโทษนะที่ไข่พี่โตไม่สด ทอดออกมาก ไข่เจียวหน้าตาเหมือน อาหารเช้าผสมนม คอนเฟ็กซ์ นอนตีสอง เเต่ตื่นไปเรียน (เเหมมาเทอมนี้ขยันนะนิ ละนิตอนนี้ ตี 3:30 จะไปเรียนมั้ยนิพรุ่งนี้) เย็นวันนั้น มีเรียน พู่กันจีน ไอ้ ลี ช่วย กับ จ่าง ช่วย มันนั่งติดกัน ในชื่อมีำคำว่าช่วยเหมือนกัน ช่วย ภาษา จีน เเปลว่า หล่อครับ อาจารย์ เลยถามคนไทย ที่นั่ง ถัดมา เเล้ง ชื่อ คุณ อะไร ช่วย ผมละขำมาก เจอเหมา ไปด้วยซะงั้นว่าชื่อเเปะต้องมีคำว่า ช่วย ไปเรียนพู่กันเสร็จ กึน อ๊อป หนูนา (หนูนา ภาษาเกาหลีเเปลว่าพี่สาว ปล. คำว่าหนูนาให้ ผู้ ชาย เรียก พี่สาวเท่านั้น ถ้าผู้หญิง เรียก พี่สาว ต้องเรียกว่า ออมนี้ (เขียนผิดเเน่ๆ เเต่เสียงอาจจะใกล้เคียง ถ้าใครดูซีรีย์เกาหลีบ่อยๆ ก็คนจะร้อง อ่อ)) เค้าให้ภาพวาดที่วาดให้คาบเรียนมาให้ผมครับ วาดสวยครับ หมึกมีน้ำหนัก หนัก เบา ทำให้รูปดูมีมิติ เเพนด้า ต้นไผ่ กองหญ้า ละก็ลงชื่อเค้าไว้ ขอบคุณนะครับที่เอามาให้ เเปะผนังห้องไปเเล้วละ จากนั้น กึนอ๊อป ชวนไปซื้อผ้าปูที่นอน ละก็ไปร้านกาเเฟ ที่มี เจ้าของเป็น คนเกาหลี อรอ่ยมากครับ กินชามาหลายร้านในจีน ผมว่าร้านนี้ใกล้เคียงบ้านเราสุดเเล้ว จากนั้นก็ พวกเพื่อนคนไทย เรียกไป เซอรไฟรสร้านอาหารไทย ให้หนูนามารับที่ร้านกาเเฟ ไอ้เราก็ว่า ไมวันนี้ง้อเราจัง อุตซ่าคิดว่าจะได้กินข้าวสองคนละ หรือเพราะไม่มีคนมากินด้วยเลยง้อเราไปกิน ที่เเท้จะเลี้ยงข้าว ผมกะกรณ์นี้เอง เเต่ด้วยความที่ว่า ตอนอยู่ร้านกาเเฟ กึนอ๊อบ เลี้ยงข้าวไปเเล้วเรียบร้อย เลยกินได้ไม่เยอะ เเต่ก็ทำให้พอหายอยากได้พอประมาณ ก็ผมไม่ได้คิดถึงอาหารไทยเท่าไหร่นิน่า อีกอย่างผมว่าอาหารไทยในต่างเเดน รสชาติมันไม่เหมือนกินในไทยบ้านเรา เครื่องเทศ ละอะไรหลายๆอย่าง จากนั้นก็กลับมาหอ ละอ้วนก็โทรมา กดรับโทรศัพท์ ร้องเพลงมาทันทีเลย น่ารักจริงๆเลย เเฟนกู จบวันเกิดปีนี้อย่างไม่มีความเซ็งเลยซะกะนิด เเหมเเต่ปีนี้ไม่มีอ้วนกะโบ้อยู่ด้วย เหงานิดๆ นะนั่น มานึกๆดู พยายามนึุกว่าวันเกิดตัวเองปีก่อนๆทำไรวะ ไมจำได้เเค่ว่า ปีเเรกที่คบกะอ้วน ดูหนัง บุฟเฟ่กัน หลังจากนั้นไมมันว่างเปล่า พอถามอ้วน อ้วนบอกว่าเราสองคนให้ความสำคัญวันเกิดโบ้ เลยมาคิด เออวะ จริงเเฮะ ไรก็โบ้ มีลูกเเล้วมันเป็นเเบบนี้นิเองเนอะ รักอ้วนกะโบ้จัง
หลังจากวันเกิด เรื่องมาหารัว ครับๆ ร้องไห้ไป 1 รอบ ต้องเรียกว่า อาทิตย์นั้น คนไทยที่อยู่ที่นี้ร้องไห้กันเยอะมากครับ ผม วิน หนูนา บี กรณ์ เเก้ว มีเจ็ดวัน ร้องไปหกคน เเต่มันก็ผ่านไปละ ช่วงนั้นอึดอัดมาก จะเดินไปคุยกะหนูนา เจ๊เเกก็ไม่ว่าง ทำ workshop เเต่งหน้าดัดผม ละก็ เลย want ไป 酒吧 (pub) เเหมเเต่ กรณ์กะหนูนาวันนั้นสวยนะนิ ดัดผมเเต่งหน้า เเต่งตัว เขินให้ดูอีก เหตุที่ร้องไห้ ช่วงนั้นเซ็งมากครับ มีเเต่เรื่องเซ็งๆ คนที่นี้ คนที่ไทยทำให้เซ็งตลอด พูดได้ว่า นอกจากวันเกิดเเล้วอาทิตย์นั้นผมเซ็งทุกวัน ความรักโง่ เพื่อนเเย่ เเค่ตอบคำถามเเทนว่า ไม่สบาย ไม่ไปมั้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าผมไม่อยากให้มันไปเที่ยว pub ซะงั้น ไอ้ห่า ตอนเช้าปวดท้อง ตกเย็นเดินไปหา ปวดหัว ตอบเเบบนั้นกูผิดเหรอ เห็นกูเป็นคนเเบบนั้น ไม่ต้องยุ่งกะกูก็ได้นะ นั่นเเหละครับ 2 เรื่องที่ทำให้เซ็งสุดๆ วันรุ่งขึ้นคุยกะกรณ์ละไม่สะใจเลย อยากจะไปคุยกะหนูนา หนูนา วันนั้น หนูนาร้องไห้พอดี ไหนจะ workshop กว่าจะได้คุยก็ สิ้นอาทิตย์พอดี ตอนนั้นก็หายเซ็งไปเยอะเเล้วครับ อ้วนปัดเป่าไปให้หมดเเล้ว เเหมรักคนนี้จริงๆ พอดีช่วงนั้น กึนอ๊อบหนูนาไม่สบาย ผมเลยเอายาให้ทา เเกเลยทำกับข้าวให้ทาน ตอนกินเปิดเทปสอนภาษาจีนไปด้วย เเหมยังกะหนังเป็นเอก มีเรื่องป้ากิมจิอีกคน คนนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องครับ นั่งติดกัน ผมทำการบ้านเเต่งเนื้อเรื่อง เเกมามองละก็อ่านตาม จน อาจารย์บอกว่า นิให้ 朱烈华 (ชื่อจีนผม) อ่านซี่ ตลกครับ น่ารักดี วันนี้พึงจะไปทานข้าวด้วยกันที่ร้านเกาหลีมาอร่อยดีครับ เเต่เค้าเลี้ยงเดียวคราวหน้าต้องเลี้ยงเค้าบ้าง
ช่วงวันนั้น จะมีสอบในวันที่ 16/10/09 วันที่ 14/10 อาจารย์เลยให้เล่นเกมส์ เป็นการทบทวนไปในตัว โดย อาจารย์จะหันหลังละจะเขย่ากระป๋องไปเรื่อย ให้นักเรียนส่งกระเป๋็าไปเรื่อย ถ้าอาจารย์หยุดเขย่าเมื่อไหร่ กระเป๋าอยู่ที่ใคร นักเรียนคนนั้น เปิดกระเป๋าหยิบกระดาษออกมาใบนึงละก็ เปิดศัพท์ละให้เเต่งประโยค ด้วยนิสัยผม กระเป๋าส่งมาถึงผม ผมไม่ส่งต่อทันทีครับ รอแปปนึงละค่อยส่ง นอกจากนี้ ยังมีโยนไปข้างหน้า ทั้งๆที่อาจารย์อยากให้ส่งต่อมือต่อมือ สรุป ผมโดนไป 7 ใบ เยอะเป็นที่ 2 นอกจากนี้ยังโดน ปย ยากๆเช่นพวก สำนวน อีกด้วย ละมี ไอ้กรณ์มาบอกความหมายผิดๆให้เเต่ง ปย อีก ตลกดีครับวันนั้น พอสอบเสร็จ คืนวันเสาร์ เเปะมาชวนไปเขื่อน เเต่เขื่อนอันนี้ หลิวอยากไปด้วยมาก เเต่หลิวไปเซียงไฮ้ เลยเปลี่ยนเผน ไป เมืองเเผ่นดินไหวกัน ทุกคนขอบายครับ เพราะเหนื่อยจากการไป shopping ที่ chunxi lu สรุปผมไปกะเเปะ 2 คนครับ ทริปนี้ 有意思 มากๆครับ (เเปลว่า น่าสนใจ) ก็ตามเดิมครับ ถามลิซ่า เเต่คราวนี้มันดันมีปัญหาที่ว่า web baidu มันไม่ อัพเดทสายรถเมล์ อยู่ที่ท่ารถเมล์ หาสายรถเมล์ที่จะไปไม่เจอ พอไปถามคนจีน ก็หาที่ขึ้นรถไม่เจออีก เดินวนไปวนมา พอเจอรถเมล์เเล้ว ถามคนขับ มันมีหน้ามา งง ให้เห็นอีก นิกูจะได้ไปมั้ยนิ กว่ามันจะ ร้อง อ่อ ที่นี้เองเหรอ ก็ เสียเวลาไป เกือบ 30 นาที ดีนะ มากัน 2 คนคล่องตัว นั่งรถเมล์ ละก็เดินไปขึ้นรถทัวว์ เมืองที่ไปชื่อว่าเมือง 汶川 (wenchuan) ระหว่างที่นั่งรถทัวว์ไป เห็นซากเเผ่นดินไหว อุโมงค์ที่พึงสร้าง ซากรถยนต์ที่ยังไม่เอาออก ภูเขาที่เป็นสีเทา เหมือนกับว่ามันพึงถล่มลงมาเมื่อวานยังไงอย่างงั้น ดูเเล้ว เศร้าครับ สงสารคนเเถวนั้น มิน่าละ ลิซ่าบอกผมว่า ไม่ต้องมาบอกนะว่าเห็นไรมาบ้าง ไม่อยากรู้ พอถึงเมือง ถามเค้าว่าถ้าจะไป TaoPingQiang ไปยังไงเค้าบอกว่านั่งรถไป 2 ชั่วโมง กรี้ดดด รถรอบสุดท้ายที่กลับ 成都 (เฉิงตู) รอบสุดท้าย 16:00 พระเจ้า ไม่ทันดิวะ เอาไงดีเเปะ เเปะบอกว่า ไปเถอะ ไหนๆมาเเล้ว ได้ กูยังไงก็ได้ ไปก็มา เดียวหารถรับจ้างกลับเอาละกัน อย่างมากก็นอน โรงเเรม ขึ้นรถไป ค่ารถผม 30 หยวน (เเต่พวกผมลงก่อน คนที่จ่ายตังค์ 20 หยวน ใช่ครับ ผมโดนหลอกครับ ค่ารถจริงๆ ที่ได้ทราบตอนถึง TaoPingQiang นั้น 8 หยวนเท่านั้นครับ) นอกจากนี้ ถนน เหี้ยมากครับ เพราะพึงจะก่อสร้าง นั่งละ เด้งมาก (มีรอบนึงเเปะหัวโขกกะหน้าต่าง) ไหนจะรถติดอีก ละ เเถมยังเจอ รถชน อีก ครบสูตร พอถึง TaoPingQiang มันออกเเนวว่า กำลังก่อสร้าง หอเสา 3 ต้นที่อยากจะดู มันสร้างใหม่ พึงได้ครึ่งอัน เมืองร้างหาคนเเทบไม่เจอ เป็นไงละครับบอกเเล้ว ทริปนี้ 有意思 555 เเม้เมืองจะก่อสร้างอยู่ เเต่ได้เดินรอบๆเมือง ทางเดินในเมือง classic มากครับ ยังกะเดินอยู่กับอินดิน่า โจนส์ เวลาหาสมบัติ นอกจากนี้ บ้านเก่าที่มีอายุกว่า 1,000 ปี (เสียค่าเข้า 10 หยวน) ก็ดูดี เเต่ติดตรงที่ว่า คนที่พาเราดูบ้าน (เจ้าของบ้านอะเเหละ) เราฟังเค้าออกไม่หมดครับ เรื่อง ระบบน้ำ ที่เก็บ ผักที่ปลูกมาได้ มันดูน่าสนใจมากครับ ขากลับ นั่งรถรับจ้าง ตอนนี้รู้ราคาตลาดเเล้ว ไม่โดนหลอกเเล้ว เนื่องจากรู้ว่า รถทัวว์กลับเข้าเมืองหมดเเล้ว เลยว่าจะนั่งรถรับจ้างไปที่ เขื่อนที่ตอนเเรกว่าจะไป เเต่ มันเห็นคนน้อย 2 คนไปไม่คุ้มค่าน้ำมัน มันขอเปลี่ยนราคา ผมเลยไม่ตกลงครับ ลงหารถคันใหม่ ลงหารถไปเรื่อยๆ ไอ้คนขับที่ไล่ผมลง มันเดินมาใหม่บอกว่ามี คนจะกลับ 成都 พอดีกลับมั้ย ไอ้เราเเอบเซ็ง ไรวะ ต้อง ง้อเเม่งเหรอวะ เหี้ยเซ็ง พอเดินไปที่รถมัน ไอ้ คนจีน 3 คนที่จะกลับ 成都 มันดันต่อรองราคากะรถอีกคันละได้ถูกกว่า ดีเลย ขอติดรถเค้ามาด้วย แอบสะใจ สมน้ำหน้ามัน เเต่ ไอ้คนจีน 3 คนนั้น มันลงที่เดียวกะพวกผมครับ เเต่มันจ่ายตังค์น้อยกว่าพวกผม เหี้ย ไรกันนิ ลงรถกินข้าว กลับห้อง ทริปอะไร มีเรื่องทั้งวัน (ปล. วันรุ่งขึ้น ไปซื้อของกะเเปะ รถเมล์ชน อีก สงสัยไม่ผมก็เเปะนิเเหละต้องไปทำบุญ)
จากนั้น เนื่องด้วยจะเข้าปลายเดือนตุลาเเล้ว ถ้าไม่ไป 九寨沟 (จิว ไจ้ โกว) ตอนนี้ มันจะสายเกินไปเเล้วครับ เพราะ 黄龙 (หวงหลง) มันจะปิด เนื่องด้วยถนนหนทางมันไม่ค่อยจะสะดวก ผนวกกับหิมะ นั่นเอง ตอนเเรกว่าจะไป อาทิตย์ที่ 7 8 เเต่น้องหลิวมาบอกว่า พี่โตไปกันเลยเถอะ บอกวันพุธจะไปวันศุกร์ ได้ พี่จัดให้ ถามทุกคน หาข้อมูล ถามทัวว์ สรุป ไปเอง ไม่เข็ดจากที่ไป 乐山 ว่ามันเกินงบ เเต่ถามข้อมูลเเล้ว ไปที่นี้ง่ายกว่าเยอะครับ ท่ารถ โรงเเรม อยู่ติดกัน ค่าทัวว์ 890 หยวน ไปเองหมดไป 1000 หยวน เเต่พอกลับมาเเล้ว ถามคนอื่น เค้าบอกว่าไม่เเพงเเล้ว เเพงไม่เเพง ผมลืมมันไปทันทีครับ ทันทีที่ไป 九寨沟 สวยสมชื่อครับ ทำให้ผมคิดเเบบนี้อีกเเล้ว ชาติที่เเล้วทำอะไรน้า ชาตินี้ได้เกิดเป็นคน ผมคิดเเบบนี้ทีนึงเเล้วตอนไป 乐山 ตอนที่ถ่ายรูปต้นไม้ ย้อนเเสงกับพระอาทิตย์ ไปเที่ยวทีไรอยากให้อ้วนไปด้วยทุกที คราวนี้ แอบคิดถึงเพื่อนคนไทยที่หอ ที่ไม่ได้ไปไหนจะเพื่อนต่างชาติอีก ตอนที่ไป 九寨沟 ยอดเขาหิมะตกครับ สวยมาก หิมะหนากว่าตอนต้าเหลียงอีกต่างหาก (เเต่หิมะนิเเหละทำให้ผมจิตตกไป แปปนึง เนื่องจากไม่ได้เตรียมถุงพลาสติกไปห่อกล้อง สุดกล้องตากหิมะครับ ทำให้ cpl เกิดฝ้า ตอนเเรกไม่รู้ส่องดูกรี้ด เลนส์กูข้างในไอน้ำขึ้น พอลงมาช่วงกลางๆเขา เเดด ออก หาคนใช้หนอนถาม มองหาเเล้ว ไม่มีครับ รอบตัว นิกส์หมด สรุปถามคนใช้นิกส์ เค้าบอกว่าให้ ถอด cpl ออกละก็เช็ดข้างในก็หายเเล้ว เเหมโง่ได้อีกกู) พอลงมา ช่วงกลางๆ เเดดออก ใบไม้ สี เเดง เหลือง เขียว สวยมากครับ ไหนจะ ทะเลสาปกระจกอีก น้ำใส สะท้อนสวยงาม ทริปนี้ ถ่ายรูปไป ร่วมๆ 300 ใบได้ สนุกมากครับ อ่อ ทริปนี้หน้าเเตกกะคนไทยอีกเเล้วครับ ผมทางตรงถนน ยามมันไล่บอกว่าให้ไปเดินที่ทางเดิน ผมก็พูดว่า นั่น กูโดนด่าพ่ออีกละ กลัวละครับ กลับไปเดินที่ทางเดิน ละคนที่อยู่ข้างหน้าผม ก็หันหลังมามอง ผมพูดว่า ฟังไม่ออกไม่ต้องหันมาก็ได้นะ ละผมก็หันไปพูดกะ อามว่า ปรากฎเค้าหันหลังมาบอกว่า คนไทยค่ะ พอพูดจบ เค้าหันมาละพูดว่า ค่ะ กรี้ดดดดดดดดดดดด ผมยกมือไหว้ ละก็พูดขอโทษครับ เเต่ก็ไม่ได้ไรมาเพราะคิดว่า ไงก็ไม่ได้เจอกันเเล้ว อามถามพี่โต ตายยัง ผมบอกว่า ยังได้อยู่หน้าด้าน (ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นไป หวงหลง เจอกลุ่มนี้อีกรอบครับ กรี้ดดดดดดดดด) หวงหลงสวยมันก็สวยครับ เเต่ด้วยเวลามันน้อย เพราะว่า รถที่นั่งไปมันกำหนดเวลาออกไว้ ทำให้ไม่ได้ไปจุดยอด รีบเดิน รีบลง ตอนเเรกดูในเวป ผมชอบ หวงหลง อยากไปมากๆ เเต่พอได้ไปเที่ยวเเล้ว จิว ไจ้ว โกว ครับ สวยกว่าอย่างมากมาย อาจจะเป็นเพราะว่า ผมเห็นหิมะ ใบไม้หลากสี อากาศดี อะไรหลายอย่าง อาจจะทำให้อิ่มตัวกับน้ำตก ไปเรียบร้อยเเล้ว ก็เป็นไปได้
กลับมาอย่างปลอดภัย กลับมาหอไฟดับซะงั้น ดับ 8:00-20:00 จากนั้น กินเบียร์กะเเปะด้วย ละก็ไม่ตื่นไปเรียน ลุกไม่ไหว เมื่อยไปทั้งตัว ด้วยความเมื่อย ไปบอก กึนอ๊อบหนูนา บอกว่าเมื่อยขา ฝังเข็มหน่อย ป้าเเก จับชีพจร บอกว่าผมมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่า ปวดขา เจอจับฝังเข็ม เจ็บมากครับ (เเต่ฝังวันเเรก เสร็จขาหายปวดนะครับ) มีเพื่อนร่วมเจ็บด้วย ไอ้วิน กะ กรณ์ คือตอนเเรก กึนอ๊อบ บอกว่า ซื้อเค้กมากินฉลองวันเกิดเพื่อนเกาหลี เเต่เค้ามีเค้กเเล้วเยอะมาก เลยเอามากินกันเอง เออดีมีเเบบนี้ด้วย เลยเรียกทุกคนมากินเค้ก ซึ่งไอ้วินตอนเเรกมันมาเเค่กินเค้กครับ เลยเจอฝังเข็ม ส่วนกรณ์ นั่งดูเป็นต่อกันอยู่ตอนเค้ามาเคาะห้อง เลยซวยไปด้วย เจ็บมากครับ วันเเรกเเต่ 10 เข็มไปๆมาๆ ยิ่งนานวันเข้า เข็มมันยิ่งเยอะขึ้น ไหนบอกว่าฝังจะเเรกๆเจ็บหลังๆไม่เจ็บ นิ 3 วันเเล้วเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ต้องรบกวนเพื่อนคนไทยมาพยาบาลเพราะ มือใช้การไม่ได้
ไปเเล้วครับ พรุ่งนี้ต้องไป ตีปิงปอง กะคนจีน ละก็ ตอนนี้ต้องรักษาสุขภาพ ไม่งั้น เดียวเข็มมันจะเพิ่มขึ้น เลยรู้เลยนะนิว่าทำไม ฝังเข็มละหาย เพราะมันเจ็บทำให้ดูเเลตัวเองนั่นเอง นอนดีกว่า กรี้ด 4:40 เเล้ววววววววว ตายเเน่กู บายๆๆครับบบบบบบบ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.