You are currently browsing the monthly archive for August 2009.

มารายงานตัวครับ ถึงเฉิงตูเรียบร้อย มาเรื่องตั้งเเต่สนามบินไทย ตอนกลับจากต้าเหลียง ตาบอลบอกว่า ของเล็กเเละหนักเอาขึ้นเครื่อง เพราะเราไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ส่วนของที่ใหญ่เอา Load เพราะว่า เราไม่มีปัญหาเรื่องขนาด จริงของตาบอล เเต่ผมลืม เอาโฟมล้างหน้า กับ ยาสระผมขึ้น สรุป ต้องทิ้งไว้ไม่ได้เอาขึ้นเครื่อง ตอนนั้นเซ้งนิดๆ ยังดีที่ยาสระผมอีกเอาขึ้นได้เพราะมันขวดเล็ก พอมาถึงสนามบินจีน เนื่องจากนอนน้อย เจอวัดไข้ ดูมอนิเตอร์วัดเเล้ว ของผมสีเเดง มีอุณหภูมิ 37 กว่าๆ (ของคนอื่นสีเขียวละมีตัวเลขวิ่งที่ 35-36) มันถามว่ากินเหล้ามาเหรอ บอกเปล่า หลังจากวัดสองรอบ สรุปมันบอกว่ารอเดียวรถพยาบาลกำลังมา เยี่ยม สรุปผมต้องไปนอน รพ ระหว่างที่รถมารับ ขึ้นรถไปเห็นเตียง เยดไม่เคยเห็น ถ่ายรูป คนจีนที่จะไป รพ ด้วย ถามว่า ไปนอนมั้ย เดียวถ่ายให้ เเหม เจ๊ มีอารมณ์ขันนะนิ ไปถึง รพ มองดูตึก เยด เเม่ง ตึกบุปผาราตรี ชัดๆ ส่วนห้องที่นอน มีสามเตียง เเต่ให้นอนคนเดียว หน้าตา ห้องก็ ชัตเตอร์กดติดวิญญาณอะครับ รอบที่ไปมี สามคนครับ คนไทย สอง (พอดีก่อนลงเครื่องเค้าให้ declare ว่ามีอาการป่วยอะไรมั้ย น้องเค้าดันไปบอกว่า สองอาทิตย์ก่อน มีอาการไอ เยี่ยม เเค่ไอ ต้องมา่ รพฆ่าสัตว์กับผม) ละก็คนจีนอีก หนึ่งคน ระหว่างเดินมาจาก รถพยาบาลมาถึงห้อง มีคนเเบกยาพ่น่าเชื้อพ่นตามมาติดๆ พอขึ้นลิฟท์(ลิฟท์น่ากลัวมาก) ออกมาต้องรอพยาบาลมาเปิดประตู พวกคนป่วย กับนางพยาบาลรวมกัน สี่คน ยืนติดประตู ไอ้คนพ่นยาฆ่าเชื้อมันเอา น้ำฉีดเป็นเส้นทะเเยงมุม เหมือนกับว่านิ เขตนี้คนป่วยไม่ได้ยืน อะไรจะขนาดนั้น พอถึงห้อง ในห้องมี สามเตียงครับ เเต่ว่า ให้นอนห้องละเตียง จากนั้นก็ เอายามาให้ ยาจีนครับ อารมณ์เหมือน เเกะนมออกจากถุง เเต่พลาสติกเป็นเเบบใสๆ ละยาก็สีน้ำตาลดำ ขมนิดๆ พอกินได้ (เคยได้ยินมาว่า คนจีนยังกินยาจีนอยู่พึงเห็นก็วันนี้เเหละ) ยาขมนิดๆทำให้อยากดื่มน้ำเเต่น้ำที่ให้มาเป็นกระติกน้ำร้อน สรุปกินทันทีไม่ได้ ละพยาบาลก็เอา เเปรงฟัน ชุดนอน รพ สบู่ มาให้ ตอนเเรกที่ไปถึงยุ่งพอควรเพราะน้องที่ไปด้วย พูดจีนไม่ได้ สรุปมีไรมันมาถามผมหมด จากนั้นพยายามนอน เเต่ก็นะ นอนไม่หลับ เซ็งมาก โทรศัพท์ก็ไม่มี ห่วงโน่นนี้ อารมณ์มาถึงละมีเรื่องให้ทำเยอะเเยะ เลยลองเดินมาดูน้อง เป็นไง วิตก ขนาดไหน คุยเล่นหาไรทำ ถึง รพ ประมาณ สี่โมงเย็นเค้าบอกว่ารอผลตรวจ เเปดชั่วโมง รอไปรอมา กว่าจะได้เรื่องก็ เที่ยงคืนกว่าจะรู้ผล เเต่ก็กลับหอไม่ได้อยู่ดีเพราะน้องที่มาด้วยไม่มีห้องนอน ผมเลยบอกนางพยาบาลว่า จะออกตอนหกโมง มันบอกไม่ได้มันจะ นอน เออดี งั้นขอมัน เจ็ดโมงมันบอกโอเค เยี่ยม ละเวลาคุยกะนางพยาบาลมันมี เทเลคอมหัวเตียงเเต่ตรงเตียงผมมันเสีย ละมัน wei มาหาผมอย่างบ่อย จริงๆ ไอ้ตอนที่มัน ทักมาเที่ยงคืนที่บอกว่า คุณกลับบ้านได้เเล้วนะ ผมขี้เกียจลุกมากๆๆ เเต่ก็ลุกเพราะมันตื้อมาก (ก็ผมบอกมันเองเเหละรู้ผลให้บอก) สรุปคืนเเรกที่เฉิงตู นอน รพ ตื่นมา หกโมงอาบน้ำ ละก็ออกมาพร้อมกับเอกสารที่บอกว่าคุณไม่ได้เป็น h1n1 (พูดถึงอาบน้ำ ส้วมที่ รพ เป็นเเบบหลุม ละไม่รู้ ถ่ายหนักไปละกลิ่นเเรงมากๆ ตอนเเรกคิดว่า น้ำที่ใช้ล้างก้นเหม็นเหรอ สรุปที่เหม็นอะห้องน้ำ เลยเปิดหน้าต่างห้องน้ำไว้ ตอนเช้าตื่นมามันหายละ เหม็นมากๆ นรกมีจริง) ก่อนออกมาก็ถ่ายรูป คู่กับเอกสารยืนยันว่าไม่เป็นหวัด ถ่ายรูปชุดนอน กางเกง ลายเเนวตั้ง สีขาวเเดง(เข้ม) น่ารักไปอีกเเบบ จากนั้นถ่ายตึก กักโรค เอาไปให้พี่สุดู ละก็เรียก taxi กลับหอพัก เฮ้อ เหนื่อยมากมาย

วันนั้น พี่สุพาไปสถานนีตำรวจออกเเนวว่ารายงานคนเข้าเมือง พี่สุบอกว่าเดินไกลอยู่ เลยเรียก taxi กว่าจะได้ taxi คันเเรกนานมากๆ หลังๆ เห็นในเเผนที่มันก็ไม่ไกลนะลองเดินดู เดินไปเจอสามล้อไปก็เรียกละให้มันพาไป ทีละ สองคน จนเหลือผมกะไอ้วิน สองคนสุดท้าย เจอรถสามล้อพอดีเลยโบกมันคิด สามหยวน ก็เอาวะ มันถีบมาได้ 20 เมตรมันบอกถึงเเล้ว ผมลงรถละขำมาก เพราะเเม่ง เดิน นิดเดียวก็ถึง สราด โกงกู

วันรุ่งขึ้นเอง พี่สุพาไปขึ้นรถเมลเข้าเมือง รถเมล์มีเรื่องไรไม่รู้ จอด ละซักพักตำรวจมา อย่าง งง ว่า อะไรกันวะตำรวจมาเอาตัวไปเลย

หลังจากมาอยู่ได้ 4 วัน ผมมความเห็นว่าชอบ้าเหลียงมากกว่าเยอะมาก สงสัยเทอมหน้าได้กลับไปเเน่ๆ ถึงเเม้ว่าห้องที่นี้จะใหญ่กว่า เเต่มันดันไม่มีที่ตากผ้า ห้องน้ำก็ไม่มีหน้าต่าง ถึงจะมีเนทให้เล่นฟรีละคุณภาพดี เเต่ ห้างซื้อของอยู่ไกลมาก เดินทีมี ยี่สิบกว่านาที ถึงที่เที่ยวจะเยอะ เเต่ยังไม่รู้เเหล่งคงต้องปรับตัวกันไป ละเดียวหลังๆจะมาบอกว่ายังยืนยันชอบเมืองไหนมากกว่ากัน

ตอนนี้มีเรื่องเล่าให้ฟัง ตอนเกิดเรื่องเป็นห่วงมาก พอมาตอนนี้มันเป็นเรื่องตลกไปเรียบร้อย
น้องที่เจอกักโรคกับผม (ผมบอกเเล้วใช่ปะว่าเค้าพูดจีนไม่ได้) เค้าก็อยากได้จักรยาน (รู้ตั้งเเต่ที่ รพ ละเเหละว่าอยากได้มาก) เค้าเดินไปในมหาลัยละถามคนจีนที่พูด อังกฤษได้ เค้าเขียนเเผนที่ สรุป น้องเเกนั่ง taxi ไปคนเดียว 30 หยวน ละพอได้ซื้อจักรยานเเล้วมันมีปัญหาว่า taxi ไม่ให้เเบกจักรยานขึ้น (กูละเบื่อคนจีน) ตอนเกิดเรื่องผมอยู่ใต้ดินโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ พอเดินออกมา โทรศัพท์ดังทันทีครับ เลยโทรหาน้องเค้า สรุปตอนนี้คนจีนพาน้องเค้าเดินไปสถานที่ผมรู้จักพอดี (chuxi) เลยรอดไปนั่งรถไปหาได้ เเต่ปัญหายังไม่จบ หลังจากถามเเล้ว จักรยานเอาขึ้นรถเมล์ไม่ได้ สรุป วินเพื่อนผมต้องปั่นกลับ เพราะว่าจักรยานคันเตี้ยมาก วินบอกถ้าโตปั่นไม่ได้หรอก ดีนะเกิดมาสูง วินเลยรับบทพระเอกหล่อทั้งนอกละในไปครอง ตอนเเรกวันนั้นยังบอกกะไอ้วินอยู่เลยวันนี้ว่างเนอะ สรุปยุ่งยันหกโมงเย็น

วันรุ่งขึ้น ก็ปกติครับเเต่ตกดึกหลังจากกินข้าว มีคนจีนบอกว่ามาหาคนไทยที่เคยอยู่ชั้นสาม ผมเปิดห้องพอดีมันเลยมาถามว่าคนไทยกลับมายัง ผมบอกยังหรอก ถามคนไทยชื่อไร มันบอกรู้เเต่ชื่อจีน ละมันทำท่าจะถอดรองเท้า ละมันก็เงยหน้ามาถามว่าเข้ามาได้มั้ย ผมบอกจะอาบน้ำ คนจีนนิสงสัยจะมาตลกเเดก

ไปเเระ อาบน้ำละเล่นไพ่มานี้เล่นทุกวัน น้องที่มาด้วย เจ้าเเม่มาก เล่นเป็นทุกอย่าง
ปล. อาหารที่นี้มีผัดผักบุ้้งด้วยนะครับ หน้าตา รสชาติ บ้านเราดีๆนิเองครับ

ไปละคร้าบบบ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.