ไม่ได้เขียนมาเดือนกว่า เรื่องเยอะมากมาย เล่าเป็นหัวข้อๆละกัน

泰国的习惯让胖的女孩儿坐公共汽车表示对胖的女孩儿尊重表示对胖的女孩儿尊重 น้องกรณ์ของเรา เห็นคนอ้วนขึ้นรถมาลุกให้เค้านั่งซะงั้น ก็งงว่า ทำไมอยู่ดีๆมายืนกะเรา ละก็มาเกาะๆ ละก็ขำๆ ที่เเท้ ตัวเองลุกให้คนอ้วนนั่งเเล้วก็ไม่เเน่ใจว่า เค้าท้องหรือว่าเค้าอ้วน 555

พอดี ลิซ่ามาลงโปรเเกรม ดิส ของจีนให้ หาคำว่า อ้วนทิ้งไว้ (ก็หาเพื่อจะเเต่งไอ้ประโยค ข้างบนนิเเหละ) ละก็ไม่ได้ ปิดโปรเเกรม ออกไปข้างนอกกลับมาลงรูป (พอดีออกไป เที่ยวสถานที่คล้ายๆ ตรอกข้าวสารบ้านเรามาเลยจะลงรูปซะหน่อย) กด Ctrl + L เพื่อจะกลับหัวรูปภาพ มันดันเป็นคำสั่งให้โปรเเกรม ดิส ออกเสียง ไอ้เราก็ งง เสียงไรวะ Get Fat คิดว่าผีหลอก หรือเปล่าวะ กว่าจะ อ่อ โปรเเกรมดิส เล่นเอา งง ไปหลายนาที

เรื่องนี้ก็ เป็นเหตุการณ์ต่อจากโดนโปรเเกรมดิสหลอกนิเเหละ ก็ไปเดินเล่นละซื้อปลาหมึกเส้นๆมา หยิบออกจากกระเป๋าจะเเกะกิน เปิดปาก หารู้ไม่ ตูดถุงมันเปิดอยู่ กรี้ดดดดดดดด หกหมดเลย เเต่สุดท้ายก็กินหมด

ไปเที่ยว 乐山 กับ 峨眉山 ถ่ายรูปไป 259 รูป มีรูปตัวเอง 16.5 รูป (ที่มี 0.5 เพราะว่า มีรูปนึงยื่นขาเข้าไปถ่ายในรูปกะคนอื่นด้วย)
ทริปนี้มีเรื่องมากมาย
ก่อนไปทริปนี้ ทะเลาะกะไอ้ห่าวินมากมาย ก็ชวนละไม่ไป ลีลา ลังเล ต้องรอถามคนที่อยากให้เค้ามารู้ใจ เอาวะไม่ถามเเม่งเลยละกัน มีที่ไหน บอกว่าอยากไปด้วยเพราะอยากรู้ว่า ไปยังไง ละมึงจะไปอีกทีกะใคร ??? คนที่มึงอยากให้เค้ามารู้ใจ ??? เริ่มตั้งเเต่ จัดทริป เพราะว่า ต้นเดือน ตุลาคม หยุด นานถึง 11 วัน เที่ยวรัวๆ เริ่มจาก วันชาติของประเทศจีน ออกไปดูพุลกัน คนเเน่นมากมาย ถ่ายหลุดก็ไม่ได้เพราะไม่มีขาตั้งกล้อง รูปวันนั้นก็ไม่ค่อยสวย เเต่ก็โอเคถือว่าไปดูพุล ละก็กลับมากินเบียร ฉลองวันชาติจีน วันต่อไป พิพิธภัณฑ์ JinSha ตัวพิพิธภัณฑ์งั้นๆ ก็เเน่ละ เราไม่รู้เรื่อง ผนวกกับ ฟังภาษาจีนที่บอกกล่าวถึงที่มาที่ไป ของสถานที่นี้ไม่ออก เเต่วันนี้เป็นวันที่ถ่ายรูปสวยมากก เ้เสงดี ถ่ายง่าย คนไปกันเยอะเเยะ เลยสนุกกจิงๆ วันรุ่งขึ้ันไปเมืองเก่า LouHua เมืองนี้หน้าตาละม้ายคล้าย JinLi มันก็เมืองเก่าอะเเหละ มีของขายมากมาย เเต่ว่าของกินเล่น อร่อยมาก เช่น เเป้งทอด ไข่นกกระทา (คล้ายบ้านเรา เเต่ จิ้มพริกกะบผงชูรส เอาให้หัวล้านไปข้างนึง) อร่อยดีครับ ในเมืองนี้มีบ้านผีสิงให้เข้าด้วย เดินทางอย่างมืด มองห่าไรไม่เห็นเลย จ่าฝูงหัวเเถวโขกเสาไปหนึ่งรอบ ระหว่างที่อยู่ที่เมืองนั้น ได้ยินมา มีกำเเพงเมืองจีนด้วย เป็นกำเเพงเมืองจีนที่สุดทางเป็นวัด เดินไปได้นิดหน่อย สาวๆ ถอยทัพกันเป็นเเถว บอกร้อน ไม่ไหว เหลือ ผม เเปะ ละก็เซวา เดินกันไปจนถึง วัด ก็ว่าระหว่างทางมีขายพวกธูป ยังถามเเปะเลยว่า ใครจะ ถ่อมาถึงนี้ซื้อละเเบกลงไปวะ ก็จริงครับผมพูดถูกเค้าไม่ได้เเบกลงไป เค้าเอาไปไหว้พระข้างบน 555 ละก็ลงมาอย่างปลอดภัย ก่อนลงมาเห็น รูปถ่ายเลยถามเค้าว่า พระพวกนี้อยู่ตรงไหน เค้าเลยบอกทางให้ไปดู นิถ้าไม่เห็นรูปก็สงสัยเดินลงทันทีไม่ได้ดู ทริปต่อไป ไปดู 熊猫 (เเพนด้า) ร้อนมากกกกก เเพนด้าหายหมด เห็นเเค่ หกตัว ดูพยากรณ์อากาศบอกว่า อากาศไม่ร้อน เเดด ไม่ออก ไปถึง ร้อนชิบ เเดดออกเเรงมาก สรุป เเพนด้ามันร้อนเลยไม่ออกมาเล่น อดเห็น กูจะบ้า ละวันถัดมาก็ไป 井巷子 ไปคนเดียว ที่นี้ก็เหมือนตรอกข้าวสารบ้านเราละครับ เเต่ ใหญ่กว่า ละก็ดูดีกว่า ของเเพงกว่า นิเเอบไปคนเดียว เพราะว่า ไม่รู้ว่ามันไปยังไง กลัวพากันไปเยอะๆละหลง กลับมาบอกทุกคนว่า ของขายเยอะ น่าสนใจมาก ไว้ไปกัน จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้ไปกันเลย รู้งี้วันนั้น เดินให้หมดๆไปเลยก็ดี เเต่ก็นะวันนั้นฝนตกปอย คงอยู่ต่อไม่ได้นานเท่าไหร่หรอก ต่อมาก็ถึงทริปใหญ่ ประจำวันหยุดยาวๆ 乐山 กับ 峨眉山 ครับ เผื่อจะอ่านกันไม่ออก เล่อชาน กับ เอ่อเม๋ยชาน ชานเเปลว่าภูเขาครับ ตอนที่ไปพิพิธภัณฑ์ เสชวน (四川) ผมอยากไปดู 乐山 มากๆ พระใหญ่ ส่วน 峨眉山 นั้น ผมเฉย เเต่ตอนหาข้อมูล จากลิซ่า เเหมมันน่าไปทั้งสองที่เลยนะนิ เลยจัดทริปกัน ไปกันเอง วันเเรกออกเดินทาง นั่งรถเมล์ 2 ต่อ ไปต่อรถทัวว์ จากนั้น ลงรถทัวว์ เรียกรถรับจ้างไปส่งที่โรงเเรม เข้าโรงเเรมกินข้าวเรียบร้อย นั่งรถทัวว์กลับไป 乐山 ละต่อ รถเมล์ ถึงจะถึง กว่าจะถึงก็ 15:00 อะครับ นับกันเองละกันว่ากี่ต่อ ที่ต้องทำเเบบนี้เพราะว่า พวกผมต้องเอาสัมภาระไปเก็บที่โรงเเรมก่อน ละ 乐山 กับ 峨眉山 นั้น เส้นทางเดินรถ เป็นรูป ตัว Y กลับหัวครับ ทำให้ต้องอ้อมไปมา เเต่ก็ได้เห็นพระใหญ่ครับ ใหญ่สมคำเล่าลือครับ 名不虚传 (ming bu xu chuan) เเต่วันที่ไป ฝนตก หมอก ลง ฉะนั้น วิวที่เป็นเเม่น้ำรอบๆ พระใหญ่ ไม่ไ้ด้เห็นเลยครับ ละก็นั่งรถกลับโรงเเรม พอดีว่าวันนั้นตรงกับวันเกิดกรณ์ ผมถามลิซ่าเรื่องร้านเค้กไว้ กว่าจะหาร้านเค้กเจอก็เหนื่อยเอาเรื่อง ตอนเเรกถามโรงเเรม โรงเเรมบอกไปร้านนี้ ปรากฎว่ามันเป็นร้านข้าวละให้บอกว่าจะเอาเต้กเเบบไหน เเต่ผมอยากดูเค้กละเลือกมากกว่า ไหนจะปัญหาเรื่องภาษา เค้ก รสชาติเเบบไหน คิดศัพท์ไม่ออก(โว้ย) ฉะนั้นสุดท้ายต้องไปร้านที่ลิซ่าบอกมา ขากลับไปทะเลาะกะไอ้คนถีบสามล้อ อีกบอกว่าผมบอกชื่อโรงเเรมผิด เอาตังค์เพิ่ม อย่างหงุดหงิด เเต่ก็มีเค้กให้น้องกรณ์ก็ดีไป ตอนให้ก็ไม่ เซอรไฟรส์เลยกู เดินถือไปหน้าด้าน ไฟที่เทียนก็ดับ เเถมให้เป่าก่อน เที่ยงคืนอีกเพราะว่าทุกคนเหนื่อย อยากนอนครับ วันรุ่งขึ้น ดูท้องฟ้าเเล้ว เมฆฝน ท่าทางจะไม่เป็นใจ พอถึง 峨眉山 หมอกหนามาก ซึ่งที่นี้ถือว่าเป็นสถานที่ วิว สวยมาก เพราะว่ายอดเขานั่นสูงกว่าเมฆซะอีก เฮ้อเซ็ง หมอกหนามองไรไม่เห็นเลย พอถึงยอด รูปปั้น หมอกก็หนามาก จนมองเเทบไม่เห็นอะไรเลย ละที่นี้หนาวมากครับ หนูนา กรณ์ ปลาย ซ่าไม่ออก บอกไรทำหมด น่ารักกันจริงๆ ปกติดื้อจะตาย เจอความหนาวเข้าไป อิอิ เเปะเจอลิงเเย่งของกินด้วย ลิงนะลิง ทำเเปะได้ ด้วยความที่ฝนตก เลยเอาถุงพลาสติกคลุมกล้องมองไรลำบากมาก ละปกติเป็นคนถ่ายรูปต้องมี take 1 2 3 4 5 เเต่วันนั้นเป็นอะไรไม่รู้เหมือนเข้าใจกล้องมัน ถ่าย ทีเดียวผ่าน (ตอนถ่ายไม่ได้ดูหรอกครับ มันดูไม่ได้ พอลงเขามาดู เยด กูถ่ายไปได้ไงวะ fluke สราด อีวินทำเก๋า ถอดเสื้อหนาว สรุปสุดท้ายต้องวิ่งตามหนูนา ขอเสื้อคืน อ่อลืมเล่าไปลิซ่าบอกว่า บนนี้เค้ามีเเม่กุญเเจขาย ละให้เขียนชื่อได้ เลยไปเขียนชื่อ toto bobo bum มา ละก็ lock ซะ เนื่องจากพอถึงยอดทุกคนเดินกระจายๆกัน เลยไม่ได้ไปเขียนชื่อละ lock ด้วยกัน จริงๆ ตอนเดินลงด้วยกันก็ผ่านร้านขายเเม่กุญเเจนะ เเต่ทำไมผมไม่ได้ทักให้ทำก็ไม่รู้ เเฮะๆ จบทริป 乐山 กับ 峨眉山 ทำให้รู้ว่า เกินงบอย่างเเรง ตังค์หมดกับหอเร็วกว่ากำหมด 1 วัน ในวันกลับ เฉิงตู่อากาศหนาวเเล้วเรียบร้อย หนาวชิบหาย กลับมาเดินไปลิซ่าๆ งง อ้าว ไมกลับมาเเล้ว พอดีลิซ่าอยู่กะ ฟาน เลยเเซวว่า นิผมเป็น กขค ปะนิ ลิซ่าบอกจะไปใช่ได้ยังไง เพื่อนกัน สรุป วันนั้น ฟาน บอกรักลิซ่าซะงั้น บอกเเบบมันหลุดออกมาเองไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้ก็เป็นเเฟนกันไปเรียบร้อย อย่าไปเครียดเลย ยังไงคนนี้ก็ดีกว่าน่า
จบทริป วันชาติจีนครับ เหนื่อย สนุกสุดๆ เเม้ว่าจะหมอกลง ฝนตก เหมือนเดิมครับ ดูรูปเเล้วหายเหนื่อย (เเม้จะนับเเล้วรูปกูน้อยเหมือนไม่ได้ไปกับเค้าก็ตาม) ขอบคุณลิซ่ามากๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ เรื่อง เดินทางยังไง ไปยังไง ละเอียดดีมาก ไม่หลงเลย ส่วนเพื่อนที่มาเมืองนี้ก็ เข้าท่ากว่าต้าเหลียงเยอะครับ มีความคิด ความอ่าน อยู่ด้วยเเล้วก็เพลินดีครับ เเถม ขายดีอีกด้วย ก็นะ สาวที่สวยที่สุดในหอ 3 4 อันดับเเรก เป็นคนไทยนิหน่า ตัดสินจาก 3 ชาติ เลยนะ (ไทน ญี่ป่น เกาหลี) พอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ฟัง เหมือน เจอเเก้เเค้น ปิดห้อง เม้าส์กันบ้างว่า ชาย ใน หอ ใครหล่อสุด 555

กลับมาก่อนกำหนด มีเวลา 2 วันก่อนจะถึงวันเกิด ครบรอบ 27 ปี วันกลับมาจำไม่ได้เเล้วว่าทำไมเดินไปห้อง หนูนา กะ ปลาย เเต่กดกริ่งเเล้ว ได้ยินเสียง หนูนา ร้องว่า อุ๊ยตาย นิตกใจเหรอนิ พอวันรุ่งขึ้น เห็นละเเหละว่า หนูนากะปลายออกมาจากห้องผมอยู่หน้าห้องอ่านหนังสือ พอดี เลยหลอกให้ตกใจ หนูนาตกใจเเรงมาก ตลก พอตกเย็นไปนั่้งเล่นห้องซ้อกะยานิน คุยกันเรื่องที่ทะเลาะกะไอ้วินอะเเหละ เพราะมันก็มาบ่นให้ ซ้อกะยานินฟัง โตเเม่ง…. ซะพักโทรศัพท์ไอ้วินดัง มีเรื่องอารมณ์เสียมาจนได้ ไม่รู้ว่าสายหลุดหรือว่าวางสาย นิถ้าจะไม่คุยกันเเล้วก็ได้ ด้วยความเซ็ง ผนวกกะความง่วง ผนวกกะ บีบอกว่าพี่โต เค้าจะวางเเผนให้เค้กพรุ่งนี้ เลย โอเค กู นอน ดีกว่า ปิดไฟเรียบร้อยเเล้ว ไอ้วินมาเคาะห้องบอกกินเบียรมั้ย กินก็กิน เซ็งอยู่ นอนคงยากที่จะหลับ สรุป เค้ายกเค้กมาให้ผมครับ ระเบียบก็เปิดไฟ ผมเลยปิดไฟระเบียบเองเลย การกินเค้กวันนั้นทำให้หายเซ็งได้อย่างดี ขอบคุณน้องๆ มากครับ เป็นวันเกิดที่มีคนมาอวยพรเยอะมากในรอบหลายๆปี ถ้าจำไม่ผิด ก็ตั้งเเต่ปี 3 เลยละมั้ง (กี่ปีละหว่า 5-6 ปีได้ละมั้ง) ระหว่างที่กินเค้กกับเบียร์ (ใครเค้าทำเเบบนี้กัน) ไอ้บีเมาเละ hurt เกาหลี นอกจากนี้เเล้ว ตอนกินเอาไข่ไปทำไข่เจียว เเต่มันเป็นไข่ที่ได้เเถมมาจากการซื้อของ ไม่สดอย่างเเรง ขอโทษนะที่ไข่พี่โตไม่สด ทอดออกมาก ไข่เจียวหน้าตาเหมือน อาหารเช้าผสมนม คอนเฟ็กซ์ นอนตีสอง เเต่ตื่นไปเรียน (เเหมมาเทอมนี้ขยันนะนิ ละนิตอนนี้ ตี 3:30 จะไปเรียนมั้ยนิพรุ่งนี้) เย็นวันนั้น มีเรียน พู่กันจีน ไอ้ ลี ช่วย กับ จ่าง ช่วย มันนั่งติดกัน ในชื่อมีำคำว่าช่วยเหมือนกัน ช่วย ภาษา จีน เเปลว่า หล่อครับ อาจารย์ เลยถามคนไทย ที่นั่ง ถัดมา เเล้ง ชื่อ คุณ อะไร ช่วย ผมละขำมาก เจอเหมา ไปด้วยซะงั้นว่าชื่อเเปะต้องมีคำว่า ช่วย ไปเรียนพู่กันเสร็จ กึน อ๊อป หนูนา (หนูนา ภาษาเกาหลีเเปลว่าพี่สาว ปล. คำว่าหนูนาให้ ผู้ ชาย เรียก พี่สาวเท่านั้น ถ้าผู้หญิง เรียก พี่สาว ต้องเรียกว่า ออมนี้ (เขียนผิดเเน่ๆ เเต่เสียงอาจจะใกล้เคียง ถ้าใครดูซีรีย์เกาหลีบ่อยๆ ก็คนจะร้อง อ่อ)) เค้าให้ภาพวาดที่วาดให้คาบเรียนมาให้ผมครับ วาดสวยครับ หมึกมีน้ำหนัก หนัก เบา ทำให้รูปดูมีมิติ เเพนด้า ต้นไผ่ กองหญ้า ละก็ลงชื่อเค้าไว้ ขอบคุณนะครับที่เอามาให้ เเปะผนังห้องไปเเล้วละ จากนั้น กึนอ๊อป ชวนไปซื้อผ้าปูที่นอน ละก็ไปร้านกาเเฟ ที่มี เจ้าของเป็น คนเกาหลี อรอ่ยมากครับ กินชามาหลายร้านในจีน ผมว่าร้านนี้ใกล้เคียงบ้านเราสุดเเล้ว จากนั้นก็ พวกเพื่อนคนไทย เรียกไป เซอรไฟรสร้านอาหารไทย ให้หนูนามารับที่ร้านกาเเฟ ไอ้เราก็ว่า ไมวันนี้ง้อเราจัง อุตซ่าคิดว่าจะได้กินข้าวสองคนละ หรือเพราะไม่มีคนมากินด้วยเลยง้อเราไปกิน ที่เเท้จะเลี้ยงข้าว ผมกะกรณ์นี้เอง เเต่ด้วยความที่ว่า ตอนอยู่ร้านกาเเฟ กึนอ๊อบ เลี้ยงข้าวไปเเล้วเรียบร้อย เลยกินได้ไม่เยอะ เเต่ก็ทำให้พอหายอยากได้พอประมาณ ก็ผมไม่ได้คิดถึงอาหารไทยเท่าไหร่นิน่า อีกอย่างผมว่าอาหารไทยในต่างเเดน รสชาติมันไม่เหมือนกินในไทยบ้านเรา เครื่องเทศ ละอะไรหลายๆอย่าง จากนั้นก็กลับมาหอ ละอ้วนก็โทรมา กดรับโทรศัพท์ ร้องเพลงมาทันทีเลย น่ารักจริงๆเลย เเฟนกู จบวันเกิดปีนี้อย่างไม่มีความเซ็งเลยซะกะนิด เเหมเเต่ปีนี้ไม่มีอ้วนกะโบ้อยู่ด้วย เหงานิดๆ นะนั่น มานึกๆดู พยายามนึุกว่าวันเกิดตัวเองปีก่อนๆทำไรวะ ไมจำได้เเค่ว่า ปีเเรกที่คบกะอ้วน ดูหนัง บุฟเฟ่กัน หลังจากนั้นไมมันว่างเปล่า พอถามอ้วน อ้วนบอกว่าเราสองคนให้ความสำคัญวันเกิดโบ้ เลยมาคิด เออวะ จริงเเฮะ ไรก็โบ้ มีลูกเเล้วมันเป็นเเบบนี้นิเองเนอะ รักอ้วนกะโบ้จัง
หลังจากวันเกิด เรื่องมาหารัว ครับๆ ร้องไห้ไป 1 รอบ ต้องเรียกว่า อาทิตย์นั้น คนไทยที่อยู่ที่นี้ร้องไห้กันเยอะมากครับ ผม วิน หนูนา บี กรณ์ เเก้ว มีเจ็ดวัน ร้องไปหกคน เเต่มันก็ผ่านไปละ ช่วงนั้นอึดอัดมาก จะเดินไปคุยกะหนูนา เจ๊เเกก็ไม่ว่าง ทำ workshop เเต่งหน้าดัดผม ละก็ เลย want ไป 酒吧 (pub) เเหมเเต่ กรณ์กะหนูนาวันนั้นสวยนะนิ ดัดผมเเต่งหน้า เเต่งตัว เขินให้ดูอีก เหตุที่ร้องไห้ ช่วงนั้นเซ็งมากครับ มีเเต่เรื่องเซ็งๆ คนที่นี้ คนที่ไทยทำให้เซ็งตลอด พูดได้ว่า นอกจากวันเกิดเเล้วอาทิตย์นั้นผมเซ็งทุกวัน ความรักโง่ เพื่อนเเย่ เเค่ตอบคำถามเเทนว่า ไม่สบาย ไม่ไปมั้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าผมไม่อยากให้มันไปเที่ยว pub ซะงั้น ไอ้ห่า ตอนเช้าปวดท้อง ตกเย็นเดินไปหา ปวดหัว ตอบเเบบนั้นกูผิดเหรอ เห็นกูเป็นคนเเบบนั้น ไม่ต้องยุ่งกะกูก็ได้นะ นั่นเเหละครับ 2 เรื่องที่ทำให้เซ็งสุดๆ วันรุ่งขึ้นคุยกะกรณ์ละไม่สะใจเลย อยากจะไปคุยกะหนูนา หนูนา วันนั้น หนูนาร้องไห้พอดี ไหนจะ workshop กว่าจะได้คุยก็ สิ้นอาทิตย์พอดี ตอนนั้นก็หายเซ็งไปเยอะเเล้วครับ อ้วนปัดเป่าไปให้หมดเเล้ว เเหมรักคนนี้จริงๆ พอดีช่วงนั้น กึนอ๊อบหนูนาไม่สบาย ผมเลยเอายาให้ทา เเกเลยทำกับข้าวให้ทาน ตอนกินเปิดเทปสอนภาษาจีนไปด้วย เเหมยังกะหนังเป็นเอก มีเรื่องป้ากิมจิอีกคน คนนี้เป็นเพื่อนร่วมห้องครับ นั่งติดกัน ผมทำการบ้านเเต่งเนื้อเรื่อง เเกมามองละก็อ่านตาม จน อาจารย์บอกว่า นิให้ 朱烈华 (ชื่อจีนผม) อ่านซี่ ตลกครับ น่ารักดี วันนี้พึงจะไปทานข้าวด้วยกันที่ร้านเกาหลีมาอร่อยดีครับ เเต่เค้าเลี้ยงเดียวคราวหน้าต้องเลี้ยงเค้าบ้าง
ช่วงวันนั้น จะมีสอบในวันที่ 16/10/09 วันที่ 14/10 อาจารย์เลยให้เล่นเกมส์ เป็นการทบทวนไปในตัว โดย อาจารย์จะหันหลังละจะเขย่ากระป๋องไปเรื่อย ให้นักเรียนส่งกระเป๋็าไปเรื่อย ถ้าอาจารย์หยุดเขย่าเมื่อไหร่ กระเป๋าอยู่ที่ใคร นักเรียนคนนั้น เปิดกระเป๋าหยิบกระดาษออกมาใบนึงละก็ เปิดศัพท์ละให้เเต่งประโยค ด้วยนิสัยผม กระเป๋าส่งมาถึงผม ผมไม่ส่งต่อทันทีครับ รอแปปนึงละค่อยส่ง นอกจากนี้ ยังมีโยนไปข้างหน้า ทั้งๆที่อาจารย์อยากให้ส่งต่อมือต่อมือ สรุป ผมโดนไป 7 ใบ เยอะเป็นที่ 2 นอกจากนี้ยังโดน ปย ยากๆเช่นพวก สำนวน อีกด้วย ละมี ไอ้กรณ์มาบอกความหมายผิดๆให้เเต่ง ปย อีก ตลกดีครับวันนั้น พอสอบเสร็จ คืนวันเสาร์ เเปะมาชวนไปเขื่อน เเต่เขื่อนอันนี้ หลิวอยากไปด้วยมาก เเต่หลิวไปเซียงไฮ้ เลยเปลี่ยนเผน ไป เมืองเเผ่นดินไหวกัน ทุกคนขอบายครับ เพราะเหนื่อยจากการไป shopping ที่ chunxi lu สรุปผมไปกะเเปะ 2 คนครับ ทริปนี้ 有意思 มากๆครับ (เเปลว่า น่าสนใจ) ก็ตามเดิมครับ ถามลิซ่า เเต่คราวนี้มันดันมีปัญหาที่ว่า web baidu มันไม่ อัพเดทสายรถเมล์ อยู่ที่ท่ารถเมล์ หาสายรถเมล์ที่จะไปไม่เจอ พอไปถามคนจีน ก็หาที่ขึ้นรถไม่เจออีก เดินวนไปวนมา พอเจอรถเมล์เเล้ว ถามคนขับ มันมีหน้ามา งง ให้เห็นอีก นิกูจะได้ไปมั้ยนิ กว่ามันจะ ร้อง อ่อ ที่นี้เองเหรอ ก็ เสียเวลาไป เกือบ 30 นาที ดีนะ มากัน 2 คนคล่องตัว นั่งรถเมล์ ละก็เดินไปขึ้นรถทัวว์ เมืองที่ไปชื่อว่าเมือง 汶川 (wenchuan) ระหว่างที่นั่งรถทัวว์ไป เห็นซากเเผ่นดินไหว อุโมงค์ที่พึงสร้าง ซากรถยนต์ที่ยังไม่เอาออก ภูเขาที่เป็นสีเทา เหมือนกับว่ามันพึงถล่มลงมาเมื่อวานยังไงอย่างงั้น ดูเเล้ว เศร้าครับ สงสารคนเเถวนั้น มิน่าละ ลิซ่าบอกผมว่า ไม่ต้องมาบอกนะว่าเห็นไรมาบ้าง ไม่อยากรู้ พอถึงเมือง ถามเค้าว่าถ้าจะไป TaoPingQiang ไปยังไงเค้าบอกว่านั่งรถไป 2 ชั่วโมง กรี้ดดด รถรอบสุดท้ายที่กลับ 成都 (เฉิงตู) รอบสุดท้าย 16:00 พระเจ้า ไม่ทันดิวะ เอาไงดีเเปะ เเปะบอกว่า ไปเถอะ ไหนๆมาเเล้ว ได้ กูยังไงก็ได้ ไปก็มา เดียวหารถรับจ้างกลับเอาละกัน อย่างมากก็นอน โรงเเรม ขึ้นรถไป ค่ารถผม 30 หยวน (เเต่พวกผมลงก่อน คนที่จ่ายตังค์ 20 หยวน ใช่ครับ ผมโดนหลอกครับ ค่ารถจริงๆ ที่ได้ทราบตอนถึง TaoPingQiang นั้น 8 หยวนเท่านั้นครับ) นอกจากนี้ ถนน เหี้ยมากครับ เพราะพึงจะก่อสร้าง นั่งละ เด้งมาก (มีรอบนึงเเปะหัวโขกกะหน้าต่าง) ไหนจะรถติดอีก ละ เเถมยังเจอ รถชน อีก ครบสูตร พอถึง TaoPingQiang มันออกเเนวว่า กำลังก่อสร้าง หอเสา 3 ต้นที่อยากจะดู มันสร้างใหม่ พึงได้ครึ่งอัน เมืองร้างหาคนเเทบไม่เจอ เป็นไงละครับบอกเเล้ว ทริปนี้ 有意思 555 เเม้เมืองจะก่อสร้างอยู่ เเต่ได้เดินรอบๆเมือง ทางเดินในเมือง classic มากครับ ยังกะเดินอยู่กับอินดิน่า โจนส์ เวลาหาสมบัติ นอกจากนี้ บ้านเก่าที่มีอายุกว่า 1,000 ปี (เสียค่าเข้า 10 หยวน) ก็ดูดี เเต่ติดตรงที่ว่า คนที่พาเราดูบ้าน (เจ้าของบ้านอะเเหละ) เราฟังเค้าออกไม่หมดครับ เรื่อง ระบบน้ำ ที่เก็บ ผักที่ปลูกมาได้ มันดูน่าสนใจมากครับ ขากลับ นั่งรถรับจ้าง ตอนนี้รู้ราคาตลาดเเล้ว ไม่โดนหลอกเเล้ว เนื่องจากรู้ว่า รถทัวว์กลับเข้าเมืองหมดเเล้ว เลยว่าจะนั่งรถรับจ้างไปที่ เขื่อนที่ตอนเเรกว่าจะไป เเต่ มันเห็นคนน้อย 2 คนไปไม่คุ้มค่าน้ำมัน มันขอเปลี่ยนราคา ผมเลยไม่ตกลงครับ ลงหารถคันใหม่ ลงหารถไปเรื่อยๆ ไอ้คนขับที่ไล่ผมลง มันเดินมาใหม่บอกว่ามี คนจะกลับ 成都 พอดีกลับมั้ย ไอ้เราเเอบเซ็ง ไรวะ ต้อง ง้อเเม่งเหรอวะ เหี้ยเซ็ง พอเดินไปที่รถมัน ไอ้ คนจีน 3 คนที่จะกลับ 成都 มันดันต่อรองราคากะรถอีกคันละได้ถูกกว่า ดีเลย ขอติดรถเค้ามาด้วย แอบสะใจ สมน้ำหน้ามัน เเต่ ไอ้คนจีน 3 คนนั้น มันลงที่เดียวกะพวกผมครับ เเต่มันจ่ายตังค์น้อยกว่าพวกผม เหี้ย ไรกันนิ ลงรถกินข้าว กลับห้อง ทริปอะไร มีเรื่องทั้งวัน (ปล. วันรุ่งขึ้น ไปซื้อของกะเเปะ รถเมล์ชน อีก สงสัยไม่ผมก็เเปะนิเเหละต้องไปทำบุญ)
จากนั้น เนื่องด้วยจะเข้าปลายเดือนตุลาเเล้ว ถ้าไม่ไป 九寨沟 (จิว ไจ้ โกว) ตอนนี้ มันจะสายเกินไปเเล้วครับ เพราะ 黄龙 (หวงหลง) มันจะปิด เนื่องด้วยถนนหนทางมันไม่ค่อยจะสะดวก ผนวกกับหิมะ นั่นเอง ตอนเเรกว่าจะไป อาทิตย์ที่ 7 8 เเต่น้องหลิวมาบอกว่า พี่โตไปกันเลยเถอะ บอกวันพุธจะไปวันศุกร์ ได้ พี่จัดให้ ถามทุกคน หาข้อมูล ถามทัวว์ สรุป ไปเอง ไม่เข็ดจากที่ไป 乐山 ว่ามันเกินงบ เเต่ถามข้อมูลเเล้ว ไปที่นี้ง่ายกว่าเยอะครับ ท่ารถ โรงเเรม อยู่ติดกัน ค่าทัวว์ 890 หยวน ไปเองหมดไป 1000 หยวน เเต่พอกลับมาเเล้ว ถามคนอื่น เค้าบอกว่าไม่เเพงเเล้ว เเพงไม่เเพง ผมลืมมันไปทันทีครับ ทันทีที่ไป 九寨沟 สวยสมชื่อครับ ทำให้ผมคิดเเบบนี้อีกเเล้ว ชาติที่เเล้วทำอะไรน้า ชาตินี้ได้เกิดเป็นคน ผมคิดเเบบนี้ทีนึงเเล้วตอนไป 乐山 ตอนที่ถ่ายรูปต้นไม้ ย้อนเเสงกับพระอาทิตย์ ไปเที่ยวทีไรอยากให้อ้วนไปด้วยทุกที คราวนี้ แอบคิดถึงเพื่อนคนไทยที่หอ ที่ไม่ได้ไปไหนจะเพื่อนต่างชาติอีก ตอนที่ไป 九寨沟 ยอดเขาหิมะตกครับ สวยมาก หิมะหนากว่าตอนต้าเหลียงอีกต่างหาก (เเต่หิมะนิเเหละทำให้ผมจิตตกไป แปปนึง เนื่องจากไม่ได้เตรียมถุงพลาสติกไปห่อกล้อง สุดกล้องตากหิมะครับ ทำให้ cpl เกิดฝ้า ตอนเเรกไม่รู้ส่องดูกรี้ด เลนส์กูข้างในไอน้ำขึ้น พอลงมาช่วงกลางๆเขา เเดด ออก หาคนใช้หนอนถาม มองหาเเล้ว ไม่มีครับ รอบตัว นิกส์หมด สรุปถามคนใช้นิกส์ เค้าบอกว่าให้ ถอด cpl ออกละก็เช็ดข้างในก็หายเเล้ว เเหมโง่ได้อีกกู) พอลงมา ช่วงกลางๆ เเดดออก ใบไม้ สี เเดง เหลือง เขียว สวยมากครับ ไหนจะ ทะเลสาปกระจกอีก น้ำใส สะท้อนสวยงาม ทริปนี้ ถ่ายรูปไป ร่วมๆ 300 ใบได้ สนุกมากครับ อ่อ ทริปนี้หน้าเเตกกะคนไทยอีกเเล้วครับ ผมทางตรงถนน ยามมันไล่บอกว่าให้ไปเดินที่ทางเดิน ผมก็พูดว่า นั่น กูโดนด่าพ่ออีกละ กลัวละครับ กลับไปเดินที่ทางเดิน ละคนที่อยู่ข้างหน้าผม ก็หันหลังมามอง ผมพูดว่า ฟังไม่ออกไม่ต้องหันมาก็ได้นะ ละผมก็หันไปพูดกะ อามว่า ปรากฎเค้าหันหลังมาบอกว่า คนไทยค่ะ พอพูดจบ เค้าหันมาละพูดว่า ค่ะ กรี้ดดดดดดดดดดดด ผมยกมือไหว้ ละก็พูดขอโทษครับ เเต่ก็ไม่ได้ไรมาเพราะคิดว่า ไงก็ไม่ได้เจอกันเเล้ว อามถามพี่โต ตายยัง ผมบอกว่า ยังได้อยู่หน้าด้าน (ปรากฎว่าวันรุ่งขึ้นไป หวงหลง เจอกลุ่มนี้อีกรอบครับ กรี้ดดดดดดดดด) หวงหลงสวยมันก็สวยครับ เเต่ด้วยเวลามันน้อย เพราะว่า รถที่นั่งไปมันกำหนดเวลาออกไว้ ทำให้ไม่ได้ไปจุดยอด รีบเดิน รีบลง ตอนเเรกดูในเวป ผมชอบ หวงหลง อยากไปมากๆ เเต่พอได้ไปเที่ยวเเล้ว จิว ไจ้ว โกว ครับ สวยกว่าอย่างมากมาย อาจจะเป็นเพราะว่า ผมเห็นหิมะ ใบไม้หลากสี อากาศดี อะไรหลายอย่าง อาจจะทำให้อิ่มตัวกับน้ำตก ไปเรียบร้อยเเล้ว ก็เป็นไปได้
กลับมาอย่างปลอดภัย กลับมาหอไฟดับซะงั้น ดับ 8:00-20:00 จากนั้น กินเบียร์กะเเปะด้วย ละก็ไม่ตื่นไปเรียน ลุกไม่ไหว เมื่อยไปทั้งตัว ด้วยความเมื่อย ไปบอก กึนอ๊อบหนูนา บอกว่าเมื่อยขา ฝังเข็มหน่อย ป้าเเก จับชีพจร บอกว่าผมมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่า ปวดขา เจอจับฝังเข็ม เจ็บมากครับ (เเต่ฝังวันเเรก เสร็จขาหายปวดนะครับ) มีเพื่อนร่วมเจ็บด้วย ไอ้วิน กะ กรณ์ คือตอนเเรก กึนอ๊อบ บอกว่า ซื้อเค้กมากินฉลองวันเกิดเพื่อนเกาหลี เเต่เค้ามีเค้กเเล้วเยอะมาก เลยเอามากินกันเอง เออดีมีเเบบนี้ด้วย เลยเรียกทุกคนมากินเค้ก ซึ่งไอ้วินตอนเเรกมันมาเเค่กินเค้กครับ เลยเจอฝังเข็ม ส่วนกรณ์ นั่งดูเป็นต่อกันอยู่ตอนเค้ามาเคาะห้อง เลยซวยไปด้วย เจ็บมากครับ วันเเรกเเต่ 10 เข็มไปๆมาๆ ยิ่งนานวันเข้า เข็มมันยิ่งเยอะขึ้น ไหนบอกว่าฝังจะเเรกๆเจ็บหลังๆไม่เจ็บ นิ 3 วันเเล้วเจ็บขึ้นเรื่อยๆ ต้องรบกวนเพื่อนคนไทยมาพยาบาลเพราะ มือใช้การไม่ได้
ไปเเล้วครับ พรุ่งนี้ต้องไป ตีปิงปอง กะคนจีน ละก็ ตอนนี้ต้องรักษาสุขภาพ ไม่งั้น เดียวเข็มมันจะเพิ่มขึ้น เลยรู้เลยนะนิว่าทำไม ฝังเข็มละหาย เพราะมันเจ็บทำให้ดูเเลตัวเองนั่นเอง นอนดีกว่า กรี้ด 4:40 เเล้ววววววววว ตายเเน่กู บายๆๆครับบบบบบบบ

หลังจาก GameOver ไปเเล้ว ไม่มีเรื่องหน้าเเตกอีกเเล้วครับ ส่วนความสัมพันธ์กับ สองสาวห้องนั้นก็เรื่อยๆ ตามประสาคนไทยในต่างเเดน ไปขอยาทากันยุงนิดหน่อย เเฮะๆ
พอดีจดไว้ว่าจะเขียนอะไร เเต่ดันลืมเอามาเขียนในคราวที่เเล้ว ก็เอามาเขียนในนี้ละกัน
เรื่องเเรก เกิดขึ้นนานเเล้ว คือกุญเเจมันคาที่ประตู เอาไงก็เอาไม่ออก (ห้องหนูเเคระ) ไขก็ไม่ได้ ตอนนั้นก็ มืดเเล้ว ลงไปบอกพนักงาน มันบอกเดียวตามช่างมาให้ ไม่รู้ช่างหลับยังนะ ละถามว่าถ้าช่างทำไม่ได้ทำไง มันบอกว่า ตังหลาน ไงก็ทำได้ กว่ามันจะตามช่างกุญเเจมาก็ได้ มืดค่ำพอควร ไม่ว่าจะค้อน คีม ใช้ทุกอย่าง เปิดไม่ได้ครับ ตอกเสียงดังลั่นไปทั่วทั้งตึกก็เอาไม่ออก (ใครบอกของจีนไม่ดี เเสดงได้ว่าประตูที่นี้ผ่านมาตรฐาน) สรุปถอยทัพกลับ ละน้องกูนอนไหนนิ น้ำก็ไม่ได้อาบเข้าไปนอนห้องเเม่หญิง ผมเลยบอกไอ้พนักงานว่า ถ้าพรุ่งนี้ช่างทำกุญเเจ (คนใหม่) มาละมาบอกผมละกัน ห้องโซนๆ เดียวกัน ตอนสายๆ ผมเห็นพนักงานเดินมา ผมเปิดประตูอยู่มันเเดินเลยไป พร้อมกับเคาะห้องหนูเเคระ เหมือนจะบอกหนูเเคระว่า เดียวช่างทำกุญเเจจะมากี่โมง ก็เค้าเข้าห้องไม่ได้ละ มึงจะไปบอกอะไรในห้องเค้า เค้าเข้าห้องได้เค้าจะให้มึงตามช่างกุญเเจมั้ย ละ พอเห็นผมโผล่หัวออกมา มียิ้มเเก้เขิน พร้อมกะเดินมาบอกผมว่าช่างทำกุญเเจจะมากี่โมง เยี่ยม สรุป รอบนี้ก็เปลี่ยนของใหม่ให้เรียบร้อย
เรื่องสอง ตอนเเรกมาถึงห้องวินมันเเอร์เสีย มันก็มานอนห้องผม มีคนนึงมันนอนดิ้นมาก พอมันตื่น ผมถามว่าเมื่อวานฝันอะไร นอนโคตรดิ้น มันบอกว่า ฝันว่าเเผ่นดินไหว ต้องเอาตัวรอดเหมือน การ์ตูนเรื่องต้องรอด ของวิบูลย์กิจ เยี่ยม ขำกันไป
เรื่องสาม เรื่องนี้ใหม่ครับ หลังจากหน้าเเตกไปเรียบร้อยเเล้ว พอดีคนไทยที่มากับ Oren เค้าต้องไปช่วยเป็นล่ามให้คนไทยที่มาขายของในเมืองจีน ก็ไปช่วยๆขายของอะเเหละ เลยลองไปเดินงานดู ของก็เหมือนๆกับของฝากของกินอาหารเเห้ง เเม้สถานที่จัดงานจะเล็กเดิน 30 นาทีก็หมด เเต่การได้มาเห็นของไทยในต่างเเดนต่างถิ่น ผมตระหนักเลยครับว่า ความคิดถึงบ้าน หรือ เวลาที่ต่างประเทศมีงานพวกนี้ ทำไมคนไทยถึงชอบกันจัง ไม่มาเจอกับตัวไม่รู้หรอกครับ มันสนุกจริงๆ ซื้อปลาหมึกเเห้งกรอบมากิน อร่อยมากๆ ในงานมีทุเรียน ขนุน ชาชัก ส้มตำ มีคนจีนที่พูดภาษาไทยได้ ละก็มี Mc สาวสวย (นัง บี นั่นเเหละ) ออกไปพูดด้วย งานนี้ชวนคนจีนไปด้วย เลยให้เค้าช่วยเเต่ง สคริปให้ เสียดายไม่ได้เอากล้องไป เพราะว่าฝนทำท่าจะตกเลยไม่ได้เอา 好玩儿 จริงๆ
ตอนนี้อยู่ในช่วงวันชาติของประเทศจีน 1 ตุลาคม ของทุกปีนิเเหละครับ หยุดยาวครับ ยาวจริงๆ 1-11/10 ยาวได้ใจ เลยไปถาม คนจีน (Lisa) ว่าไปไหนดี ได้ที่เที่ยวมาเต็ม
วันเเรก ไป พิพิธภัณฑ์ จิน ชาน อยู่ใกล้มหาลัยมาก ตอนไปเหมือนไปถ่ายรูปเล่นกันมากกว่า ไม่เหมือนกับไปดูพิพธภัณฑ์เลย (ดูดิไปละกลับมาจะเขียนไรยังนึกไม่ออกเลย 555)
วันสองไป เมืองเก่ามา สวยดีครับ ของกินอร่อยดี เเป้งทอด ไข่นกกระทา บ้านผี (มืดละน่ากลัว เพราะมืดเหี้ยๆ มองห่าไรไม่เห็นชนเสาไปหนึ่งคน) ละเเถวๆนั้นมีกำเเพงเมืองจีน (ปลอม) คือออกเเนวว่า เดินบนกำเเพงเมืองจีนไปวัดอะเเหละ เหนื่อยเหี้ยๆ พวกสาวๆ ตอนเเรกเดินถนนเมืองเก่า เข้าทุกร้าน พอขึ้น กำเเพงเมืองจีนได้ แปปเดียว ถอยกลับ (ผมเดินมาหาที่ถ่ายรูป ละรออยู่คิดว่าเเสงตรงนี้ถ่ายได้ บี เดินมาบอกลงไปหมดเเล้ว เวงกรรม) ลงไปนั่งรอพวกผม เจอ เรไร ตรอมกัด ผมใช้เวลาปีนประมาณ 90 นาที (ทั้งขึ้นละลง) ทางลงกับขึ้นคนละทางกัน บนยอดเขามีวัด ก็ว่าไมระหว่างทางมี ธูปขาย ยังถามกะเเปะ เเปะบอกใครจะเเบกลงไป สรุปบนเขามีวัด ก็ถ่ายรูป เป็นพิธี ดูพระ ละก็ เห็นเค้าโยนเงินลงเเจกัน (รูปปั้นกอดเเจกันอยู่ ให้โยนเงินให้ลง) พอดีมือยาว เลยโยนลงสบายๆ ละก็เดินลงมาโดยสวัสดิภาพ ขากลับนั่งรถตู้กลับ เพราะถ้ากลับเหมือนตอนขามา อาจจะตายได้ (รถเมล์สุดสาย สองต่อ) กลับมาอาบน้ำ เเทบจะกรี้ดดด ดำมาก ดำเเค่คอ เพราะเสื้อเป็นคอวี >.<
ทริปต่อไป ไปดูเเพนด้าาาาาาาาาาาา กลับจากเมืองเก่า ดูพยากรณ์อากาศบอกว่า มีเเดดละมีเมฆ เออดีเเบบนี้น่าเที่ยวเเพนด้ามันไม่ชอบเเดด ละต้องไปเช้าด้วยนะ จะได้เห็นลูกเเพนด้า พอถึงวันจริง กว่าจะได้ออก เก้าโมง กว่าจะถึง สิบเอ็ดโมง ละเเดดร้อนเหี้ยๆ เเพนด้าร้อน หลับ ไม่ก็หายหัวหมด เดินทั่วสวนเเล้วเห็นเเพนด้า หก ตัว ย้ำ หก ตัว (ถ้านับ อาม กับ เซวา ก็ 8) กลับถึงหออย่างรวดเร็ว บ่ายสามโมง
เดียวพรุ่งนี้ว่าจะไป เเถวๆ ถนน Qin Kuai Lu (อาจจะเขียนผิด) ละวันที่ 8 ก็จะไปเล่อชาน เเล้ว เหนื่อยหนักเเน่ๆ
ช่วงนี้เบื่อขี้หน้าคนจริงๆ มันจะเป็นห่าไรของมันมากมาย ปากก็ไม่อ้า ถามห่าไรก็ไม่บอก ถึงบอกก็โกหก ชอบซ่อนในห้องน้ำ ทำห่าไรก็ยึกยัก ละก็มาหาว่ากูผิด อีก ทำไม ด่าคนเเบบนุ่มนวลไม่เป็นวะ จะได้ไปด่าเเม่ง ด่าเป็นเเต่เเบบเเรง

วันนี้เปิดเทอมเเล้ว ผ่านไป เกือบ 3 อาทิตย์กว่ามาเขียนอีกรอบ เรื่องเยอะมาก เรื่องดีเรื่องไม่ดี เรื่องดีๆก็ ได้กีต้าร์เเล้วเสียงโอเคอยู่ ลายไม้ก็สวยดี อีกทั้งที่มาพร้อมกันเริ่มสนิทกัน วินนี่เพื่อนผมมีชื่อใหม่ทุกวันละเป็นที่รักของน้องๆ มากมาย เป็นที่โดนเเกล้งของน้องๆ เเอรห้องมันก็ซ่อมเเล้ว กลับไปนอนห้องมันเองตามระเบียบ ส่วนที่ตากผ้าก็หาได้เเล้ว ซื้อตะเเกง(เขียนถูกปะนิ) มาเเขวนละพิงหน้าต่างอีกที ละมันก็หายไปเเล้วหนึ่งอัน อย่าง งง นิเหลืออีกอันใช้เสร็จเก็บเข้าห้องทันที มีจักรยานเเล้วหารสองกะไอ้วิน วินนี่มีสก้อยมาซ้อนท้ายด้วย อยู่ไปอยู่มาห้องผมเป็นห้องเล่นไพ่ ดูหนัง เทอมนี้มีเพื่อนคนจีนด้วย ภาษาอังกฤษดีมาก ไปอยู่เยอรมันมาปีนึง มีไรก็ถามตลอด ช่วงเรื่องบัตรเเพนด้า ซื้อของ ไรนิดหน่อย ละก็ผ่านวันเกิดวินนี่ เตรียมเเผนอย่างดี พอเที่ยงคืนหมุนหลอดไฟออก บอกวินไฟไม่ติด มันพิมกลับมา เที่ยงคืนละนิมีไร เเม่งเเกล้งโง่หน่อยก็ไม่ได้ เเต่ก็ผ่านไปด้วยดี พร้อมของขวัญ ที่ มาร์กหน้าอย่างที่อยากได้ ไหนจะเรื่อง อาการคอมที่อยู่ๆ ปุ่มพิมไม่ติด หรืิอว่าลูกเนี๊ยก ทำปรอทเเตกในห้อง วุ่นวายวุ่นวาย เเต่ก็สนุกดีครับ ขำๆ กันไป มาคราวนี้ทุกคนมีอารมณ์คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อน คิดถึงเเฟน(ในอดีต) ปรับตัวไม่ได้ มีทุกคนครับ ส่วนผมมีเเต่จบไปละ ตั้งเเต่เขียนบล๊อคคราวที่เเล้วอะเเหละ เรื่องปรับตัวอะเเหละครับ ตอนนี้ก็โอเคละ หลังจากเขียนบล๊อค(ครั้งที่เเล้ว) ก็มีเรื่อง น้องๆ ละไอ้วิน ตามมา ก็ว่าไมมันเเปลกๆ ทำไมไอ้วินมันหายไปไหนคนเดียว เเต่เช้า ละก็เเปลกๆ ถามก็ไม่บอก เเต่ที่เเน่มันเป็นอะไรเเหละ เดาไปเดามาก็ เรื่องรักเก่าที่เซี่ยงไฮ้อะเเหละ(คิดดู hurt ไม่ hurt นั่งดู sad movie คนเดียว) พอดีจะวันเกิดมันเลยคิดถึงเรื่องเก่าๆ ส่วนน้องคนอื่นก็ ลูกเนี๊ยกหรือหนูเเคระคิดถึงเพื่อน (คนนี้เป็นคนเเรกตั้งเเต่วันเเรกๆเลย ปล.ที่เรียกลูกเนี๊ยก เพราะเค้าเรียกผมว่า ลูกเพี๊ยก) สมศรีดูหนังละคิดถึงคุณเเม่ ซ้อไมเกรน อาม่าทะเลาะกะเเฟน สาวข้างห้องกับข้าวไม่ถูกปาก เจ๊ชั้นหนึ่งคิดถึงพ่อ อาเเปะจักรยาน มือหนึ่งก็หายไป ขนาดมีกล้องวงจร ละขโมยตอน 11 โมงยังจับขโมยไม่ได้เลย เอาน่าช่วยๆกันไป มีเล่นไพ่เปิดใจด้วย น้องรู้ด้วยว่าผมไม่ชอบคนไทยคนนึง(คุยกันไม่ถูกคอ ชอบไรคนละเเบบ ความคิดต่างกัน เเต่ไม่ถึงกับเกลียดนะครับ) นิขนาดตาบอเตือนละนะว่าทำไรอย่าเเสดงออกทางสีหน้า มารู้ว่าน้องรู้ก็วันเล่นไพ่เปิดใจนิเเหละ วันนั้นวินนี่เจอเต็มๆ เรื่องรักเก่าๆ เปลี่ยวดีนัก สมน้ำหน้า

มีเรื่องหน้าเเตกอีกเเล้วครับ (มีประจำ)
วันนั้น ห้อง 315 เปิดประตูอยู่ ผมก็แอบเเหล่เห็นสาวสองคนทำความสะอาด ละก็เดินไปห้องหนูนา ห้อง 311 ละก็บอกหนูนากินข้าวเเล้ว ก็ยืนพิงประตูห้องน้องละสาวห้อง 315 ก็ผ่านมา เดินไปทิ้งขยะผ่านไปไกลมากหรือน้อยเเค่ไหนไม่รู้ครับ เเต่ผมพูดว่า เหมือนจะสวยเลย ละเค้าก็กลับมาจากเดินไปทิ้งขยะ ผมก็ยังรอหนูนา เเต่งตัวอยู่เลยไปยืนหน้าห้อง ซักพัก สาว คนตะกี้ เดินออกมา ละถามว่า ขอโทษนะค่ะ คนไทยปะครับ คือ …………….. ที่พิม จุด จุด เพราะว่า ผมกำลังอยากจะฆ่าตัวตายครับ กรี้ดดด คนไทย ละที่สำคัญ หากดูซักหน่อยหน้าห้องเค้ามีรูปวาดอยู่ละก็เขียนชื่อเป็น ภาษา คาราโอเกะ คนอื่นเค้ารู้หมดละครับว่า นี้ห้องคนไทย เเต่เเค่เค้ายังไม่กลับมา เยี่ยม Gameover เหมือนตาบอลเลย 555

ไปละ อับอายมากมาย

มารายงานตัวครับ ถึงเฉิงตูเรียบร้อย มาเรื่องตั้งเเต่สนามบินไทย ตอนกลับจากต้าเหลียง ตาบอลบอกว่า ของเล็กเเละหนักเอาขึ้นเครื่อง เพราะเราไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ส่วนของที่ใหญ่เอา Load เพราะว่า เราไม่มีปัญหาเรื่องขนาด จริงของตาบอล เเต่ผมลืม เอาโฟมล้างหน้า กับ ยาสระผมขึ้น สรุป ต้องทิ้งไว้ไม่ได้เอาขึ้นเครื่อง ตอนนั้นเซ้งนิดๆ ยังดีที่ยาสระผมอีกเอาขึ้นได้เพราะมันขวดเล็ก พอมาถึงสนามบินจีน เนื่องจากนอนน้อย เจอวัดไข้ ดูมอนิเตอร์วัดเเล้ว ของผมสีเเดง มีอุณหภูมิ 37 กว่าๆ (ของคนอื่นสีเขียวละมีตัวเลขวิ่งที่ 35-36) มันถามว่ากินเหล้ามาเหรอ บอกเปล่า หลังจากวัดสองรอบ สรุปมันบอกว่ารอเดียวรถพยาบาลกำลังมา เยี่ยม สรุปผมต้องไปนอน รพ ระหว่างที่รถมารับ ขึ้นรถไปเห็นเตียง เยดไม่เคยเห็น ถ่ายรูป คนจีนที่จะไป รพ ด้วย ถามว่า ไปนอนมั้ย เดียวถ่ายให้ เเหม เจ๊ มีอารมณ์ขันนะนิ ไปถึง รพ มองดูตึก เยด เเม่ง ตึกบุปผาราตรี ชัดๆ ส่วนห้องที่นอน มีสามเตียง เเต่ให้นอนคนเดียว หน้าตา ห้องก็ ชัตเตอร์กดติดวิญญาณอะครับ รอบที่ไปมี สามคนครับ คนไทย สอง (พอดีก่อนลงเครื่องเค้าให้ declare ว่ามีอาการป่วยอะไรมั้ย น้องเค้าดันไปบอกว่า สองอาทิตย์ก่อน มีอาการไอ เยี่ยม เเค่ไอ ต้องมา่ รพฆ่าสัตว์กับผม) ละก็คนจีนอีก หนึ่งคน ระหว่างเดินมาจาก รถพยาบาลมาถึงห้อง มีคนเเบกยาพ่น่าเชื้อพ่นตามมาติดๆ พอขึ้นลิฟท์(ลิฟท์น่ากลัวมาก) ออกมาต้องรอพยาบาลมาเปิดประตู พวกคนป่วย กับนางพยาบาลรวมกัน สี่คน ยืนติดประตู ไอ้คนพ่นยาฆ่าเชื้อมันเอา น้ำฉีดเป็นเส้นทะเเยงมุม เหมือนกับว่านิ เขตนี้คนป่วยไม่ได้ยืน อะไรจะขนาดนั้น พอถึงห้อง ในห้องมี สามเตียงครับ เเต่ว่า ให้นอนห้องละเตียง จากนั้นก็ เอายามาให้ ยาจีนครับ อารมณ์เหมือน เเกะนมออกจากถุง เเต่พลาสติกเป็นเเบบใสๆ ละยาก็สีน้ำตาลดำ ขมนิดๆ พอกินได้ (เคยได้ยินมาว่า คนจีนยังกินยาจีนอยู่พึงเห็นก็วันนี้เเหละ) ยาขมนิดๆทำให้อยากดื่มน้ำเเต่น้ำที่ให้มาเป็นกระติกน้ำร้อน สรุปกินทันทีไม่ได้ ละพยาบาลก็เอา เเปรงฟัน ชุดนอน รพ สบู่ มาให้ ตอนเเรกที่ไปถึงยุ่งพอควรเพราะน้องที่ไปด้วย พูดจีนไม่ได้ สรุปมีไรมันมาถามผมหมด จากนั้นพยายามนอน เเต่ก็นะ นอนไม่หลับ เซ็งมาก โทรศัพท์ก็ไม่มี ห่วงโน่นนี้ อารมณ์มาถึงละมีเรื่องให้ทำเยอะเเยะ เลยลองเดินมาดูน้อง เป็นไง วิตก ขนาดไหน คุยเล่นหาไรทำ ถึง รพ ประมาณ สี่โมงเย็นเค้าบอกว่ารอผลตรวจ เเปดชั่วโมง รอไปรอมา กว่าจะได้เรื่องก็ เที่ยงคืนกว่าจะรู้ผล เเต่ก็กลับหอไม่ได้อยู่ดีเพราะน้องที่มาด้วยไม่มีห้องนอน ผมเลยบอกนางพยาบาลว่า จะออกตอนหกโมง มันบอกไม่ได้มันจะ นอน เออดี งั้นขอมัน เจ็ดโมงมันบอกโอเค เยี่ยม ละเวลาคุยกะนางพยาบาลมันมี เทเลคอมหัวเตียงเเต่ตรงเตียงผมมันเสีย ละมัน wei มาหาผมอย่างบ่อย จริงๆ ไอ้ตอนที่มัน ทักมาเที่ยงคืนที่บอกว่า คุณกลับบ้านได้เเล้วนะ ผมขี้เกียจลุกมากๆๆ เเต่ก็ลุกเพราะมันตื้อมาก (ก็ผมบอกมันเองเเหละรู้ผลให้บอก) สรุปคืนเเรกที่เฉิงตู นอน รพ ตื่นมา หกโมงอาบน้ำ ละก็ออกมาพร้อมกับเอกสารที่บอกว่าคุณไม่ได้เป็น h1n1 (พูดถึงอาบน้ำ ส้วมที่ รพ เป็นเเบบหลุม ละไม่รู้ ถ่ายหนักไปละกลิ่นเเรงมากๆ ตอนเเรกคิดว่า น้ำที่ใช้ล้างก้นเหม็นเหรอ สรุปที่เหม็นอะห้องน้ำ เลยเปิดหน้าต่างห้องน้ำไว้ ตอนเช้าตื่นมามันหายละ เหม็นมากๆ นรกมีจริง) ก่อนออกมาก็ถ่ายรูป คู่กับเอกสารยืนยันว่าไม่เป็นหวัด ถ่ายรูปชุดนอน กางเกง ลายเเนวตั้ง สีขาวเเดง(เข้ม) น่ารักไปอีกเเบบ จากนั้นถ่ายตึก กักโรค เอาไปให้พี่สุดู ละก็เรียก taxi กลับหอพัก เฮ้อ เหนื่อยมากมาย

วันนั้น พี่สุพาไปสถานนีตำรวจออกเเนวว่ารายงานคนเข้าเมือง พี่สุบอกว่าเดินไกลอยู่ เลยเรียก taxi กว่าจะได้ taxi คันเเรกนานมากๆ หลังๆ เห็นในเเผนที่มันก็ไม่ไกลนะลองเดินดู เดินไปเจอสามล้อไปก็เรียกละให้มันพาไป ทีละ สองคน จนเหลือผมกะไอ้วิน สองคนสุดท้าย เจอรถสามล้อพอดีเลยโบกมันคิด สามหยวน ก็เอาวะ มันถีบมาได้ 20 เมตรมันบอกถึงเเล้ว ผมลงรถละขำมาก เพราะเเม่ง เดิน นิดเดียวก็ถึง สราด โกงกู

วันรุ่งขึ้นเอง พี่สุพาไปขึ้นรถเมลเข้าเมือง รถเมล์มีเรื่องไรไม่รู้ จอด ละซักพักตำรวจมา อย่าง งง ว่า อะไรกันวะตำรวจมาเอาตัวไปเลย

หลังจากมาอยู่ได้ 4 วัน ผมมความเห็นว่าชอบ้าเหลียงมากกว่าเยอะมาก สงสัยเทอมหน้าได้กลับไปเเน่ๆ ถึงเเม้ว่าห้องที่นี้จะใหญ่กว่า เเต่มันดันไม่มีที่ตากผ้า ห้องน้ำก็ไม่มีหน้าต่าง ถึงจะมีเนทให้เล่นฟรีละคุณภาพดี เเต่ ห้างซื้อของอยู่ไกลมาก เดินทีมี ยี่สิบกว่านาที ถึงที่เที่ยวจะเยอะ เเต่ยังไม่รู้เเหล่งคงต้องปรับตัวกันไป ละเดียวหลังๆจะมาบอกว่ายังยืนยันชอบเมืองไหนมากกว่ากัน

ตอนนี้มีเรื่องเล่าให้ฟัง ตอนเกิดเรื่องเป็นห่วงมาก พอมาตอนนี้มันเป็นเรื่องตลกไปเรียบร้อย
น้องที่เจอกักโรคกับผม (ผมบอกเเล้วใช่ปะว่าเค้าพูดจีนไม่ได้) เค้าก็อยากได้จักรยาน (รู้ตั้งเเต่ที่ รพ ละเเหละว่าอยากได้มาก) เค้าเดินไปในมหาลัยละถามคนจีนที่พูด อังกฤษได้ เค้าเขียนเเผนที่ สรุป น้องเเกนั่ง taxi ไปคนเดียว 30 หยวน ละพอได้ซื้อจักรยานเเล้วมันมีปัญหาว่า taxi ไม่ให้เเบกจักรยานขึ้น (กูละเบื่อคนจีน) ตอนเกิดเรื่องผมอยู่ใต้ดินโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ พอเดินออกมา โทรศัพท์ดังทันทีครับ เลยโทรหาน้องเค้า สรุปตอนนี้คนจีนพาน้องเค้าเดินไปสถานที่ผมรู้จักพอดี (chuxi) เลยรอดไปนั่งรถไปหาได้ เเต่ปัญหายังไม่จบ หลังจากถามเเล้ว จักรยานเอาขึ้นรถเมล์ไม่ได้ สรุป วินเพื่อนผมต้องปั่นกลับ เพราะว่าจักรยานคันเตี้ยมาก วินบอกถ้าโตปั่นไม่ได้หรอก ดีนะเกิดมาสูง วินเลยรับบทพระเอกหล่อทั้งนอกละในไปครอง ตอนเเรกวันนั้นยังบอกกะไอ้วินอยู่เลยวันนี้ว่างเนอะ สรุปยุ่งยันหกโมงเย็น

วันรุ่งขึ้น ก็ปกติครับเเต่ตกดึกหลังจากกินข้าว มีคนจีนบอกว่ามาหาคนไทยที่เคยอยู่ชั้นสาม ผมเปิดห้องพอดีมันเลยมาถามว่าคนไทยกลับมายัง ผมบอกยังหรอก ถามคนไทยชื่อไร มันบอกรู้เเต่ชื่อจีน ละมันทำท่าจะถอดรองเท้า ละมันก็เงยหน้ามาถามว่าเข้ามาได้มั้ย ผมบอกจะอาบน้ำ คนจีนนิสงสัยจะมาตลกเเดก

ไปเเระ อาบน้ำละเล่นไพ่มานี้เล่นทุกวัน น้องที่มาด้วย เจ้าเเม่มาก เล่นเป็นทุกอย่าง
ปล. อาหารที่นี้มีผัดผักบุ้้งด้วยนะครับ หน้าตา รสชาติ บ้านเราดีๆนิเองครับ

ไปละคร้าบบบ

กลับมาเเล้วครับ กลับมาไม่มีเวลาเขียนเลย ตอนปักกิ่งก็ไม่มี ตอนอยู่ต้าเหลียงขนาดต้องใช้เวป Proxy ช่วยยังเขียนได้ทุกอาทิตย์มานี้ไม่มีเวลาจริงๆ ยุ่งได้อีก (ยกตัวอย่างเรื่องยุ่ง ไปซื้อเเบตเตอรรี่โน้ตบุ๊ค ดันลืมสายไฟไว้ร้านเค้า ต้องไป pantip 2 วันติด หรือ ไปร้าน av camera เพื่อซื้อของ กะไว้เลยว่าร้านนี้ของครบ โทรหาก่อนไปซื้อเรีบยร้อย สรุปไป CF card หมด เเวะไป Pantip อีกรอบ (กลับมา 2อาทิตย์ ไป Pantip  7 8 รอบได้ มีรอบนึงไปละเสีย 200 ด้วย ค่าโง่เค้าไปเลี้ยวซ้ายละกลับรถใต้สะพาน อ้วนบอกเชื่ออ้วน เลี้ยวขวาได้ เลี้ยวได้นะ เเต่ตำรวจโบกละก็ 200 ไง) หรือ คอมเสีย 2 เครื่องพร้อมกัน (เรื่องเเบบนี้คุ้นๆเนอะ ทำไมเจอเเบบนี้บ่อยจังวะ) หรือจะเป็นเรื่องที่ เที่ยว(กินเหล้า) มากกว่าเดิม

ไปปักกิ่งสนุกดีครับ นั่งรถไฟ เดินดูโน่นนี้ เที่ยวที่ต่างๆ เเต่ได้ที่เที่ยวดังๆ โดนใจเเค่ 2ที่เอง สนามกีฬาโอลิมปิค ชอบจริงๆๆนะ สวยดี ละก็พระราชวังฤดูร้อน นอกจากจะอึ้งกับความใหญ่ของบ่อน้ำ ได้ขึ้นไปสำนักนึง สูงมากๆ รีบวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วเพราะ อีก 3 คน รอข้างล่าง ขึ้นไปถึงละไม่อยากลงเลย (เพราะเหนื่อยโคตร 555) นอกจากนี้ลมเย็นมาก วิวก็สวย เห็นฝรั่งคนนึง ดูอุปกรณ์กล้องละเค้าท่าทางจะถ่ายรูปเก่ง เลยบอกให้ถ่ายรูปให้ ส่วนที่เที่ยวที่่ได้ข้อมูลมาจาก TV ตอนอยู่ปักกิ่ง หน่า หลัว กู๋ เซียง เเนวๆ ตรอกข้าวสารบ้านเราครับ เดินเล่น บรรยายกาศดีมากๆ นอกนั้นห้างสรรพสินค้าต่างๆ กู้กง เทียนฐาน ก็ไม่เท่าไหร่ ไปปักกิ่งคราวนี้ดำมากครับ ละก็ถึงเวลาร่ำลาน้องสาว ตอนจาก ส้าว เส้า พอมันขึ้นรถไฟไป airport มานั่งคิด มันจะเป็นไรมั้ย ตอนไปส่งที่ รถไฟใต้ดิน (เรียก airport link บ้านเราก็ได้ครับ เเต่มันเชื่อมกับรถไฟใต้ดินสายอื่นๆ) นังนี้อ๊อนอ่อน เบลอๆ เดินหลงต้องให้เรียกตลอด ถึงจะเก่ง ภาษาจีนเเค่ไหน เเต่ก็เป็นห่วงอยู่ดี โทรศัพท์ก็ตังค์หมด โทรไม่ได้อีก เฮ้อ ดีนะถึงต้าเหลียปลอดภัย พร้อมกับ หมาอ่อน แหมเจ้าตัวต่อราคาเองกะมือ

ก่อนกลับ รอเครื่อง dlay อย่างนานกว่าจะถึงไทย ตี 4.00 สงสารคนรอจัง เจอเพื่อนละ อ้วนที่มารับที่สนามบิน อ้วนไม่อ้วนเเล้ว ผอมมาก Y___Y  เอาอ้วนคนเดิมคืนมา ส่วนเจ้าโบ้ ซน เหมือนเดิม เเก่เเดดกว่าเดิมด้วย ส่วนเพื่อนๆชอบของฝากกันส่วนใหญ่ ชาเบียร์ ลูกบอลโยนละเปลี่ยนสี ถุงยาง ขนมปังปลอม ส่วนขนมเเจกไม่หมด คราวหน้าไม่ซื้อละครับพี่น้อง ตอนนี้ยังกินไม่หมดเลย ธุระเยอะเเยะ ซื้อ หูฟัง สายกีต้าร์ กล้อง กระเป่ากล้องไฟฉาย หมดตังค์เเล้ว จนสุดๆ นิยังอยากได้ mp3 player ตัวใหม่อีก 555 อีก 5,000 กว่า ไปซื้อที่โน่นละกัน นิยังไม่รวมครีม ยาสระผม ครีมทาหน้า เฮ้อ จนสุดๆ ไหนจะเจอเพื่อนฝูง กินโน่นนี้ จนได้อีกครับ เอาเหอะครับ ซื้อมาก็ใช้ให้คุ้ม กลับมาตอนเเรกอยากกินต้มเเซ่บมาก เค้าดันปิด เพราะหยุดยาว อยากลองกินเบียร์ที่นี้เพราะอยู่นั่นกินบ่อย ไปซื้อเค้าบอกว่า เข้าพรรษาไม่ขายค่ะ งึมงัม

เทอมหน้าไปเรียนเฉิงตู่ เมืองที่ มีเเผ่นดินไหวปีที่เเล้ว คนตายเยอะเเยะ ทำให้ ผี ดุ อีก Napper นายเลือกเมืองได้ดีมาก ตอนไปสมัครกับบ้านจีน ไปรอบเเรก นายวิน บอกพาไปดู ไปตัวเปล่าจริงๆ Passport รูปยังไม่เอา วันรุ่งขึ้นไม่วายต้องไปอีกรอบ พร้อมตังค์ 5000 บาท ละ ก่อนจะจ่ายเงิน (เค้าให้จ่ายในวันที่ 17-22 เดือน 7) ดันมาบอกว่า การบินไทยจะขึ้นราคาตั่ว ควรจะชำระเงินก่อน เยี่ยม สรุป ไป บ้านจีน 3 วัน จาก 5 วัน ตอนนี้ก็จ่ายเงินหมดเเล้วสบายตัวไป จะตั้งใจเรียนครับ คุณพ่อ คุณเเม่ เเต่ตอนนี้ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย เฮ้อ จะไหวมั้ยกู เปลืองตังค์นะที่ไปเรียนนิ

กลับมาก็ดู หนังบ้าง ส่วนเรื่องที่อยากดูมากๆ ยังไม่ได้ดูละมันก็จะออกจากโรงเเล้ว เหลือ รอบเดียวเเล้วต่อ วัน เยี่ยม สงสัย ต้องหนีอ้วนไปดูกะโบ้ละ อิอิ

ส่วนวันนี้ไปกิน ข้าวที่จังหวัด สุมทรสงครามมาครับ

ตอนเเรกคิดไม่ออก เลยถามตาบอลว่ากินอะไรดี ตาบอลบอกร้านนี้เลย เจ๊เเดง เคพี่ ผมไปหาข้อมูล จากนั้นก็เอามา post หลัง msn ว่า เสาร์นี้ เจ๊เเดง Ruaz เห็นละมาถาม ร้านไรวะ เเต่ผมนอนเเล้ว มันเลยไปหาข้อมูล สรุปตื่นเช้ามา หลังชื่อมันกะชื่อผมใน msn เหมือนกันเลย เสาร์นี้เจ๊เเดง เยี่ยม!! เเต่มันไปตอนบ่าย ผมเพื่อนมีธุระเลยไปตอนเย็น Ruaz กินมาเรีบยร้อยบอกว่าอร่อยดี อร่อยมาก 3 คน กินกัน 3 อย่าง 2700 เเต่ ปู 2 ตัว 1500 -____-’ เเพงชิบ จากนั้นผมถึงตาผมไปเอง วนไปอัมพวา วนไปวนมา จนเจอร้าน สั่งกัน 6 อย่าง (ไป 7 คน) เเต่ไม่มีปู 555 พอบิลมา 2340 เอ๋ไมมันถูก ทำให้ผมเริ่ม สะกิดใจ มันร้านเดียวกันปะวะ (ตั้งเเต่ต่อเข้ามาในร้านเเล้ว  ตอนกินอยู่ยังบอกเพื่อนว่า มึงเตือนให้กูขอนามบัตรเค้าด้วยนะ) พอได้นามบัตรมา มันเขียนว่า ร้านแดง ดำเนินงานโดยนายอี๊ด 5555 สรุปมาคนละร้าน ดีนะร้านนี้เพื่อนบอกว่า อร่อยไม่งั้นผมตาย พอทานเสร็จก่อนเเวะไปอัมพวา โทรหา Ruaz ไอ้เเชมมึงมาร้านไหนวะ Ruaz บอกร้านที่มันกินถูกร้านเเน่ๆ เพราะเค้าเห็นหน้าเจ๊เเดง เหมือนกันในเวปที่หาข้อมูลมา เยี่ยม ฉะนั้นผมจะบอกความแตกต่างของร้าน เจ๊เเดง กับ ร้านเเดง ให้ฟังครับ

ร้านเจ๊เเดง อยู่นอกตัวเ้มือง ก่อนถึงทางเข้าสมุทรสงคราม จะมีป้าย เจ๊เเดง ใหญ่ๆเลย ให้เลี้ยวเข้าไปก่้อนถึงทางเข้าจังหวัด เเต่ถ้าเป็นร้านเเดง ต้องเข้าไปในตัวเมืองเเล้ว ตรงเข้าไปเรื่อยๆ เจอไฟเเดงเเรก ถ้าเราตรงไปจะเข้าตลาด ถ้าเลี้ยวขวาจะไป อัมพวา ให้เราเลี้ยวซ้ายครับ ตรงมาเรื่อยๆ จะมี ป้าย ร้านเเดงอยู่ ซ้ายมือครับ

ร้านเเดง จะมีบิลมาให้เขียน จำนวน จาน ส่วนเจ๊เเดง เพื่อนผมบอกว่ามีคนมาจด

จากนั้นไปเดิน อัมพวาต่อ ถ่ายรูปเล่น เเต่รูปเสียเยอะมาก ลืมดัน ISO 555 โง่จริงกู เดียวเอาใหม่นะคราวหน้า

ปล. ลงรูปที่ไปจีนไว้ใน Multiply เเล้ว 70กว่ารูปจาก สองพันกว่า 555 มีดีเเค่นี้เเหละ

นับถอยหลังเข้าไป คิดละตกใจจะกลับละเหรอวะ ห้องๆ นี้มันมีเรื่องราวเยอะดีเนอะ วันนั้นนั่งดูห้องละก็ซึมๆ มองไรก็มีเรื่องราวไปหมด ทำให้คิดถึงวันเเรกที่มา ถ่ายรูปห้อง ตั้งเเต่ยังไม่ปูโฟม ตาบอลยังมาช่วยย้ายเตียงอยู่เลย ราวตากผ้าที่เคยหล่นมาเเล้วหนึ่งรอบ ถุงมือล้างจานที่มาตอนเเรก น้ำเย็นมากๆ ไม่มีถุงมือไม่ได้ ขวดครีมที่หมด เกลี้ยง กีต้าร์ที่เปลี่ยนสายใหม่ คอรดเพลงที่เอาไปพริ้นที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเอาเเฟ้มมาใส่ เคยเป็นห้องทาานข้าว มองประตูก็คิดถึงคนที่เคยเดินเข้าออก ทั้งบ่อยๆละบางครั้งคราว ตั้งเเต่มาไหนไปไหนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ทาานข้าวด้วยกันคนเยอะ ตอนนี้เหลือ กลุ่มเล็กๆ เนอะเรามันเป็นกลุ่มคนส่วนน้อย จากกินร้านโต๊ะจีน ตามสั่งดีๆ เป็นโรงอาหาร ไม่ก็ มาม่า ทำกับข้าวกินเอง จากที่จะได้ไปปักกิ่งด้วยกันเยอะ ก็ เหลือ ไม่กี่คน ละก็แยกกันไปด้วย ไอ้คนไม่ได้ไปก็อย่าไปยุ่งกะคนไปเลย ตัวคุณไปไม่ได้อย่าไปยุ่งหรือกดดันคนอื่นให้ไปแทนคุณ เก็บอารมณ์หน่อย เเต่ก็เนอะถ้าเก็บอารมณ์อยู่คงไม่เป็นเเบบนี้ เทอมนี้เทอมที่เเล้ว เหมือนกันทุกอย่าง สมน้ำหน้า รายการที่อยากทำอีกหลายๆอย่างเเต่ยังไม่ได้ทำ ละไม่มีท่าทีว่าจะได้ทำเพราะดูเเต่หนัง 555 ติด supernatural (ดูหนังละเห็นเค้ากินเบียร รสขมมาที่คอเลย ติดเบียรละปะวะนิ ยิ่งตอนนี้เอาไปเเช่ตู้เย็นห้องซักผ้า เย็นเป็นวุ้นเลย กรี้ดอร่อย ตอนเเรกตาบอลบอกว่าก่อนกลับต้องเคลียร์เบียร สรุป 2 วันที่ผ่านมา กินไป 10 กระป๋อง 555) เฮ้อ วันนั้นอาลัยอาวรณ์มาก น้ำตาซึม ยิ่งมองห้องก็ยิ่งเศร้า ไรวะจะกลับละ เอาน่า กลับก็กลับ ก่อนกลับก็ไปปักกิ่งซะหน่อย เเต่กูจะติดหวัดหมูมั้ยนิ ออกต้าเหลียงวันที่ 29/6/52 เเต่อยู่ปักกิ่ง ถึงวันไหนยังไม่รู้ อาจจะวันที่ 5/7 หรือ 6/7 ก็ได้ ถ้าเที่ยวทันก็กลับเร็ว ไม่น่ามีไรผิดพลาด ใครจะมารับกูบ้างดิ

ช่วงที่ผ่านมาไปดูคอมห้องพี่ก้อย เเปลกมากเซต file ที่ desktop เป็น D/data/desktop เยด พึงรู้นะนิว่าทำได้ด้วย จากนั้นไม่กี่วันถัดมาก็ฉลองให้บารซ่า ซะหน่อย อิอิ เหมือน มหาลัยหยุดให้ดูบอล วันถัดจากมีบอลหยุดเรียน อิอิ

ส่วนเรื่องสุขภาพ เม อ่านละอย่าไปบอกอ้วนละ วันนั้นนั่งสอนอ้วนโหลด bit ตอนสอน อึดอัดมาก อยากจะไปนั่งทำให้ข้างๆ บอกให้หาไรก็หาไม่เจอ โปรเเกรมคอมผมภาษาอังกฤษ เเต่คอมอ้วน ภาษาไทย เฮ้อ หาไงก็หาที่เปลี่ยนภาษาไม่เจอ พอทำเสร็จหายใจลำบากมาก บอกว่า ออกไปเดินเล่นนะ บอกไม่ให้ไป ยิ่งเเย่เข้าไปใหญ่ ดีนะน้องนิวโทรมาบอกให้ไปดู คอมให้หน่อย ปรากฏไปห้องน้องนิวทำไม่ได้ คิดไม่ออก หายใจเเรงด้วย บอกน้องนิว เดียวมาทำนะ คิดไม่ออก ลงมาเดินเล่น การเดินเล่นทำให้เราคิด ละก็คิด ละก็คิด สรุปอาการหนักกว่าเดิม กลับมาหาพี่นพ กินยาขยายหลอดลม นอนบนเตียง ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าชา รวมทั้งคาง เพราะ หายใจ อ๊อกซิเจนไม่ทันเลยชาตามตัวนั่นเอง พี่นพเอายามาให้กิน ตาบอลหายาดมกะเอาเพลง canon version กล่องเพลงมาเปิดให้ฟัง (เเต่ตอนนั้นอยากฟัง depapepe เเต่เเกเปิดไม่เป็น ทำคอมไม่เป็นอีกเเล้ว ดีนะไม่เครียดเพิ่ม น้องจูเอายาดมมาให้ ไอ้น๊อตเดินมาดู บอกน้องจูหยิบเสื้อหนาวให้หน่อย น้องจูเตี้ยหยิบไม่ถึง เลยบอกตาบอล ให้หยิบให้ ตลก ตาบอลบอกมึงอย่าไปกังวลเรื่องชา มันไม่มีไรเดียวยิ่งเครียด บอกต่อว่ามึงนอนไปเดียวพี่เอากุญเเจไปด้วยเดียวดึกๆมาดูอีกที สรุปนอนได้ซักพักไม่หลับ เห็น miss call (ตอนเเรกกะนอนเลยปิดเสียง) สรุปไม่ได้นอน น้องโบลงมาดู ก็งี้เเหละมัวเเต่เดินเล่นริมทะเลเลยตกข่าว เเหมมีคนบินมาหาจากที่ไทยมาเเค่ 2วันเเต่ตรงกะวันเกิดเค้าเเต่น้องโบลืมว่าวันเกิดเค้า นังหน้าโง่) ซักพักตาบอลมาไขกุญเเจ เเต่กุญเเจห้องผม มันต้องคว่ำด้านมีตัวอักษรลงถึงจะไขได้ ตาบอลไม่รู้ ไขไม่ออก น้องโบเดินไปเปิดละมันมืดตาบอล งง ว่าไมหน้าบวมๆ หน้าตาไม่เหมือนไอ้โต ดีนะไม่ต่อย
วันรุ่งขึ้นไป donghai (ทะเลตะวันออก) ตั้งเเต่มานี้ยังไม่มีที่ไหนสวย เท่าที่ไทยเลย เที่ยวไหนก็ไม่สวย หาดทรายก็ทำ ทางเดินก็มีพวก ปู ฉลาม ไดโนเสาร์ให้ดู ไม่เห็นมีไรเลย เเต่ชอบอากาศ วันนั้นเเดดไม่ร้อน ละเดินออกเเนวเขาใหญ่หน่อยๆ ยังงี้เเหละ พี่ปุ้ยบอกว่า ทีหลังเอ็งไปไหนละไม่สวยก็คิดละกันว่า เค้าต้องมาอิจฉาเราเนอะบ้านเราสวย เเต่ท่าจะยากวะพี่ ผมเห็นไม่สวยตามที่หวังก็ เฮ้อ ละ
รุ่งขึ้นวันที่ 31/5/52 ซักผ้าละลมเเรง ผ้าร่วงหมด เซ็งมาก ลมมันจะพัดเเรงไปไหน ต้องซักใหม่อีกรอบดีนะ เอาเสื้อมาเยอะเลยไม่ไรมา ละวันนไหนซัก กกน ต้องมีคนมาเคาะห้อง วิ กะ ญ มาใช้ เนต โป๊ะมาเอาการ์ตูนโคนัน ไอ้เต็มมาเอาหนัง นิคมาให้ดูคอม วันอื่นไม่มากัน
ตอนนี้ผมมีผู้เจริญรอยตามไม่อาบน้ำละครับ น้องโบนั่นเองครับ วันเสาร์ที่ 30 อาบตอน 9:30 จนถึง วันอาทิตย์ที่ 31 23:30 เหม็นมากละก็มานอนเตียงผมดูหนัง กรี้ดดดดดดด รังเกียจ เอาน่าเป็นพี่ที่ดีอย่าไปรังเกียจน้อง มันมาดูหนังดมตดผมไปบ้าง สงสาร สงสาร เเบบนี้เรียกว่าเป็นพี่ที่ดีปะวะนิ พยายามต่อไป ช่วยมันหน่อย เดียว จะพวกผมกลับละมันอยู่ต้าเหลียงต่อเเล้ว ให้มันมีเรื่องดีๆบ้าง ไม่งั้นมันจะเลิกคบเรา ทนไม่ไหว bye bye เราไปซะก่อน ไอ้ที่ทำไปเเล้วก็ช่างมันเถอะนะ น้อง ตุ้ง เเช่ (ดู supernatural season 3 ละดูมันเเปล เเปลมาได้ คำว่า ตุ้ง เเช่)
วันที่ 2/6/52 อยู่ดีๆ recom ละต่อเนตไม่ได้ซะงั้น ตอนเเรกคิดว่ามันค้าง ต้องให้ทางนั้น clear สัญญาณ เหมือนห้องพี่ปุ้ย กว่าจะตามเจ้าของห้องคนเก่าเจอ ก็พอดี วันที่ 5/6/52 เนตที่ห้องหมดสัญญาพอดี เยี่ยม เลยไปต่อมา เร็วกว่าเดิมด้วย load bit smooth ขึ้น ใบที่จดเบอรโทรศัพท์บอกว่า มีสัญญาถึง 2009/5/6 ไมมึงเอาวัน ขึ้นก่อน เดือนวะ มันต้อง ป ด ว ดิ ไม มึงเขียนมา ป ว ด กูจะบ้า เเต่ก็เหมือนรู้ละเเหละว่าสัญญาหมด กดตังค์รอไปต่อสัญญา
ช่วงที่ไม่มี เนต ไปสิง ห้องคนโน่นนี้ ทำเอา คนมาชอบน้องโบถึงกะหมดอารมณ์ มาเคาะห้องละผมเล่นเนตอยู่ เดินเสียงเซ็งออกไปเลย เค้าอุตส่ามาชวนไปดูเเข่ง วอลเล่ย เฮ้อ พี่เปล่าทำไรน้าาาาาา ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมอยู่เฉยๆของผม นอกจากนี้ตกดึกพี่ปุ้ยมาคุยเล่นด้วย มีน้องโบ น้องฝ้ายอยู่ในห้อง ฝ้ายก็ตามเดิมบ่นอ้วน (เเต่ไม่หยุดกิน) เดินเข้าห้องมาพร้อมกับลิ้นจี๋ จะเอามาให้ผมทานด้วย (หวังดี) ละก็บ่นๆๆ เรื่อง น้ำหนัก พี่ปุ้ยบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกฝ้าย กลับไปให้ที่บ้านตกใจเล่นก็ดี สำลักลิ้นจี๋ เลยน้องฝ้าย ส่วนน้องโบก็บอกว่า ดีละเเหละฝ้ายจะได้รู้ว่า ช คนไหนรักเราจริง (เอาเรื่องจริงในชึวิตตัวเองมาเล่าสู่กันฟังนะนิ) นอกจากนี้พูดคุยเรื่องหัวล้าน พี่ปุ้ยใช้คำว่า ใบโพธิ์สวยงาม คิดได้ยังไงนิ ช่วงนี้พี่ปุ้ยทำกับข้าวให้ทานบ่อย สลัด (น้ำสลัดอร่อยมาก) ข้าวปั้น ซุปเห็ด ขอบคุณมากๆพี่ ขอบคุณที่ชวนไม่เคยขาด
จะกลับเเล้ว หวังว่าจะได้เขียน blog ที่นี้ก่อนกลับอีกซะรอบสองนะ

อีกหนึ่งเดือนจะกลับเเล้ว อะไรกันนิ วันเวลาช่างผ่านไปเร็ว เทอมหน้าไปเมืองไหนยังไม่รู้เลย เฮ้อ อ๋อ มีควันหลงขายขวดครับ หลังจากขายขวดมีเเต่คนถามว่า โตเอาขวดมั้ย (ส่วนใหญ่จะรู้เเล้วว่า ไม่เอาเเล้วเเต่ยังมาถาม เเต่ทีเจอละเจ็บใจสุดๆ พี่หลิวมาถามว่า โต เจ็ดหยวนใช้หมดยัง??? เเหมพี่มันจะไม่หมดได้ไง ละไหนจะมี ควันหลงอีกอัน คือ korcheena… >>> As seen from the Sky… says:
ไม่ต้องไปเก็บ ขวด นะ เดียวเมให้โต 50 บาท รออยู่นะเมเซ็นโด้
อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงต่อเนื่องของความขี้เกียจ หมดอารมณ์เรียนสุดๆ นั่งฟังเพลง หมดเวลา ของ etc (หมดเวลาเเน่ๆ ถ้าสอบ HSK ละก็หมดเวลาอยู่ต้าเหลียง 555) น้องๆ วิ กะ ญ กลับไปเเล้ว เเต่ตอนนี้อยู่กวางโจว เที่ยวให้สนุกนะน้อง พี่ดูแลไอ้โบ ไอ้นิวให้ ตามที่เอ็งขอไว้ ยังรู้สึกดีๆอยู่ที่ขึ้นไปคุยกะพวกเอ็งตอนตีสองวันนั้น เเต่พวกเอ็งนิ ทำตัวให้คนอื่นจับพิรุธง่ายไปนิดนะน้อง นังหน้าโง่ ไหนจะค่าเข้าสังคม เลี้ยงส่ง หลิน คนเยอรมันในห้อง วันเกิด ไอ้หนึ่ง น๊อต ฟา ไหนจะไปเที่ยว ปิง ยู่ โกว อืมตังหมดรัวๆๆ เเค่เลี้ยงส่งหลินก็นอนหกโมงเช้าเเล้ว เห็นตาบอลเมา ฮาสุดๆ ตาตี๋ ซบคนโน่นนี้ เเกล้งคนอื่น (สาวๆ) หนักกว่าเดิม กำลังดี กำลังไม่น่าเกลียด เเค่เค้าจะกลัวพี่กูมั้ยนิ ส่วนวันเกิดไอ้หนึ่งก็เนื้อย่างละกลับมากินเบียร์ เห็นน้องฝ้ายเมาละร้องไห้ด้วย น้องก้อยก็เมา เมาเพราะสอนคนเกาหลี เล่น 5 10 15 20 เเพ้กินเบียร์ตั้งเเต่ร้านเนื้อย่างละ สอนเค้ายังไงละเล่นเเพ้นิ น้องก้อยเจอไป สาม สี่ เเก้วติด อืมสู้ๆนะค่ะน้อง ส่วนฝ้ายเมาละก็เต้นๆ ร้องเพลง ซักพักพอได้ที่ ร้องไห้ ลำบาก ตาบอลเเบกไปส่งละ ถอดคอนเเทคเลนส์ให้ด้วย เมา นอน ดิ้น ยังถอดได้ เก่งจริงๆ จากนั้นก็กลับมากินกันต่อละก็ไปส่งน้อง ที่สนามบิน (เขียนมาถึงตอนนี้ รู้สึกลำดับเหตุการณ์มันมั่วๆ แฮะ เรียงใหม่ วันเกิดไอ้หนึ่งละไม่นอน ไปส่งน้องที่สนามบิน (อาทิตย์นี้เเหละที่ไม่ได้ไปเรียน เกือบทั้งอาทิตย์ 555) พอกลับมาจากสนามบิน เเปะ post-it หน้าห้องว่า เคาะหรือกดกริ่งได้ในกรณีไฟไหม้ หรือ มีคนตาย พี่นพเดินมาจะถามกินข้าวมั้ยถึงกลับถอยกลับ 555 ตามด้วยเลี้ยงส่งหลิน โอเคละ))
มาต่อด้วยเรื่องนังหน้าโง่
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า ถ้าอยู่ที่จีนเราเข้าเวป ต่างๆ ถ้ามี host ที่จีน เช่น web download driver ต่างๆ nba.com มันจะเข้าภาษาจีนให้เลย เซ็งตรง nba นิเเหละกว่าจะดู คลิปได้ ดีนะเดาเอาว่าต้อง comment ก่อนละดูได้ ละน้องนิว เล่นเกมส์ (เกมส์ออนไลน์ที่ไทยนิเเหละ ละไปลงไดรฟเวอรการดจอ จีน มันเลยอ่านภาษาในเกมเป็นภาษาจีน) ลบ ไดรฟเวอรออก ละดันลบ ไดรฟเวอร ที่ใช้ต่อเนตออกไปด้วย อืม sms มาตั้งเเต่ 9.00 ทำไปทำมา ip net ที่ทางหอ fix ไว้หาย นั่งมั่ว ip 0-255 พระเจ้า ยากไปปะนิ เลยไปดูห้องโบ ip ห้องโบลงท้ายด้วย 13 อีกทั้งมี ip dns บรรทัดล่างให้อีกด้วย เลยบอกนิวให้ลองมั่ว น้องนิวฉลาด (หลังจากที่โง่ลบไดรฟเวอรการดจอ) เริ่มมั่วที่ 10 สรุป ip น้องนิวคือ 11 เยี่ยม มั่วแปปเดียวเองนะนิ สรุปงานนี้ขอบุณตัวเองที่เดินไปดู ip ห้องน้องโบ ถ้าใช้ ip ห้องน้องฝ้าย มันอยู่ที่ 58 นังนิวตายเเน่ๆ

มีคนเคยบอกผมว่าคนกาหลีเห็นเเก่ตัว มานี้ก็เจอเเนวตลกเเดกบ้าง เเต่ยังไม่เจอตรงๆ เห็นคนไทยเค้าบอกว่า คนเกาหลีเวลาคนอื่นชวนกินข้าวต้องทานละก็ต้องกินเยอะๆ บ้านเค้าคิดกันเเบบนี้ตรงกันข้ามกับบ้านเรา เเต่เรื่องที่จะเล่ามันไม่เกี่ยวกะเรื่องตลกเเดกเท่าไหร่ วันนั้นนั่งกินมาม่าอยู่ในห้อง ไอ้จี๊ด (เค้าชื่อ จี เฮ) เเต่ทำไมเรียกจี๊ดไม่รู้ เเต่มันตัวเล็กเลยตัวจี๊ดคงได้ จี๊ดก็ทักทายตามปกติ ละอ้าวกินมาม่าเกาหลีนิ อร่อยมั้ย ผมบอกเฉยๆของไทยอร่อยกว่า เลยให้มันไปเเบบมาม่าถ้วย ไอ้จี๊ดบอกว่า zhen de ma ? แปลว่าจริงเหรอ ละน่าตาเเบบดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆ คิดละก็ตลก อืมกูให้มึง มึงเอาไปเถอะ

อาทิตย์ที่ผ่านมามีเเข่งวอลเล่ยบอล ทำไมต้องกีฬานี้ด้วยเล่นไม่เป็นสุดๆ เเต่ก็สนุกดีครับ ตกรอบ เเพ้สามนัดรวด (นัดละ สองในสามเกม สรุปเเพ้ไป หกเกม) ละเป็นอะไรไม่รู้นำก่อนละเเต้มมักจะไปหยุดที่ 12 กว่าจะไป 13 ได้อีกทีมล่อไปเกือบ 20 555 ไม่รอด ได้ศัพท์มา 2 3 คำ เจีย โย (เเปลว่า สู้ๆ เจียเเปลว่า เติม โย เเปลว่า น้ำมัน อืมเข้าท่าดี มิน่าไมโครเอาไปเเต่งเพลง) ปี่ ไส้ เเปลว่าเเข่งขัน

นอกจากนี้ยังได้ไปนั่งร้านกาเเฟด้วย บรรยายกาศดีครับ ร้านสวยมาก เเต่ที่นี้ไม่มีชาเย็น มีเเต่ชานมไข่มุกกับคนเย็นชา พวกชาร้อนที่ชอบดื่ม ก็เเพงมาก เหยือกนึง 70 หยวน อย่างต่ำ กินชานมไข่มุกละกัน 28 หยวน ไปครั้งเเรก เจอคน jap มานั่งคุยด้วย ขนาดวันนั้นไม่ได้คุยกะน้องฝ้ายเยอะ เค้ายังถามว่า เป็นเเฟนกันเหรอ อืม อะไรนินอกห้องเรียนในห้องเรียน นิถ้าอยู่เรียนห้องเดียวกันจะเป็นไงนิ ในห้องเรียนน้องฝ้าย นอกห้องเรียนพวกรัสเซียกะเกาหลีบางคนก็เคยถามเป็นเเฟนกะน้องโบเหรอ เเค่เค้าพูดว่า ni men พวกคุณ… ยังไม่จบประโยคก็รู้ละจะถามไร

เรื่องสุดท้ายละ ไปเที่ยง ปิง ยู๋ โกว มา
สวยมากครับ อารมณ์ เเนวๆ นั่งเรือในภูเขาละก็ มาลงเรือเดินชม อากาศดีลมเเรงไปนิด เเต่ถ้าเดินไปเรื่อยๆก็กำลังดีไม่หนาวไม่ร้อน ถ่ายรูปไปเกือบสองร้อยใบละก็ลบไป เกือบห้าสิบ 555 มาทริปนี้ทำให้รู้ว่า กล้อง ซูม ได้สะใจมาก ที่เค้าบอกว่ากล้องซูมดีมาก เป็นยังไง พึงจะเข้าใจตอนนี้ เวลานั่งเรือก็ ดูภูเขา พอลงเรือก็อารมณ์เดินเขาใหญ่บ้านเรา พวกน้ำตก อะไรเเนวๆนั้น เเต่สวยน้อยกว่าที่หวังไว้ สงสัยต้องไป กุ้ย หลิน ซะละเพราะเค้าบอกว่า จีนตอนใต้มี กุ้ย หลิน จีน เหนือมี ปิง ยู่ โกว (บางครั้งเค้าก็เรียกว่า เสี่ยว กุ้ย หลิน) รอก่อนนะ น่าจะได้ไป นอกจาก ความสวยงามธรรมชาติเเล้วก็มี กิจกรรมให้เล่น พวก เออมันเรียกว่าไรหว่า โหนตัวลงมาตามสริง (หรือ สลิง หรือ เขียนผิดทั้งสอง) มี พายเรือ ด้วย ยิงปืน (ปืนจริง) มี ทางเดินให้ลอดใต้เขื่อนด้วย มีพระให้ไหว้เเต่เสียตังค์ มันฟังละเเปลกเนอะ เเล้วเเต่ศรัทธาซิ จะได้ไหว้ พอขาออกทีสะพานให้เลือกที่จะข้าม ตามราคา อืมหาเเดก เเบบนี้เลยนะ สะพาน 1 3 5 10 หยวน สะพานก็มีลูกเล่นต่างๆ เป็นไม้เอาเชือกร้อย ละก็เป็นซุงท่อนเล็กๆวางเรียงกัน มีเเบบนั่งปั่นละให้รถเลื่อนขาสะพานด้วย อืมดีเนอะ พอกลับมาที่พัก ที่พักก็พอนอนได้ ผ้าห่ม ปลอกหมอน สกปรกมีกลิ่นเหม็นๆของคนจีน ห้องอาบน้ำไม่มี มีเเต่ห้องน้ำเเต่ก็พอรับได้ (พอดีตอนระหว่างเดินทางมา เจอห้องน้ำที่ปั้มน้ำมัน ประมาณว่า ปูตัวหนอนไว้ละยกตัวหนอนออกให้เป็นร่องยาวๆ ให้ ถ่ายของเสีย อี๋ ทุเรศ ลูกกะตามาก ของหนัก เต็มไปหมด ละหลากหลายสี เเหวะ มาเจอที่โรงเเรมเลยดูดีไปเลยเเต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์อยู่ดี เลยไปหาถามเค้าว่ามีที่อาบน้ำมั้ย มีครับ เป็นห้องเเยก เเต่อาบ สอง ถึง สามคนพร้อมกัน ละมีที่นั่งรอ งั้นก็ เข้าไปทีละคนละกัน ห้องอาบน้ำดีมากครับ เเต่น้ำเบาไปนิด ส่วนอาหาร มาวันเเรกตอนกลางวัน กินได้นิดหน่อย ตอนกลางคืนโอเคอยู่ พอตอนเช้าต้องไปซื้อนม กะมาม่ามากินไม่ไหวรับไม่ได้ ผักดองน้ำเปล่ากินกับข้าวต้ม ละที่เด็ดกว่านั้น มื้อกลางวัน วันที่สอง อาหารเหมือนมื้อกลางวัน วันเเรก เออกูจะบ้าาาา ตกเย็นมีปั้นจักรยานด้วย สองคน สามคนต่อคัน สนุกดี เหนื่อยนิดหน่อย เห็นพลุด้วย ละ ก่อกองไฟ จุดพลุ หน้ารถขนน้ำมันนินะ เยี่ยมมาก คนจีน ไอ้เราก็เห็นละนะเเต่ก็ยังจอดจักรยานยืนดู 555 ตกกลางคืนเล่นไพ่ นอน นอนได้ 20 นาที พี่นพ กรน ดังมากๆๆ ดังกว่าไอ้ห่าป้อมอีก ย้ายไปนอนห้องสาวๆ ละผมไปกรนให้สาวๆ ฟัง ดีนะไม่ดังมาก – - วันรุ่งขึ้นไปบ่อน้ำร้อน เนื่องจากไม่มี กางเกางว่ายน้ำ อีกทั้งขี้เกียจอาบน้ำ ละก็ซื้อหมวก เลยคิดว่าจะไม่เล่น พอไปถึง เดินเข้าไปดู โห คนจีน (ช) เเก้ผ้าเดินไปมา เยอะเเยะ (ส่วนพวก สาวๆ ก็เจอไม่ต่างกัน พวก ไกด์ คนที่มาด้วยในทริป อาบน้ำ เดินโชว์อย่างเปิดเผย เล่นเอาสาวๆ มองหน้าไม่ติด) กว่าจะถึงบ่อน้ำร้อนก็ ช จีน อาบน้ำไปตลอดสองข้างทางดูๆละ กูไม่เดินไปดีกว่า เดินไปดูสระน้ำอุ่นซิ คนเยอะดีจัง พี่บอล ฝ้าย ก้อย ฟา ลงน้ำ ผมเห็นคนจีน คากถุย ในสระว่ายน้ำ คิดในใจเออดีละที่กูไม่เล่น ที่ทำให้ตาบอลหมดอารมณ์คือ มีป้าเเก่ๆ สองคนเดินมา (เเต่งตัวปกติไม่ได้เล่นน้ำ) เเก ถกขากางเกงละเอาเท้าเเช่น้ำต่อหน้าตาบอล ตาบอลบอกเออกูขึ้นก็ได้ เฮ้อ คนจีนนะคนจีน จากนั้นนั่งรถกลับหอ เมื่อยขามาก นั่งละติดขา นอนก็ไม่สบาย หลับๆตื่นๆ ไม่เคยคิดถึงหอเท่านี้มาก่อนเลย หอเราดีกว่าที่พักเยอะ ถึงหอละหายเหนื่อย เเต่ลงรถตู้มามีเรื่องตลกด้วย น้องนิวครับ กระเป๋าน้องนิวที่ลากหลุดออกมา ตอนหลุดน้องเเกโวยวายละถือด้ามที่หลุดมาอยู่เป็นภาพที่ตลกมาก ตกเย็นระหว่างทานข้าว พี่นพเล่าให้ฟังว่า (ใครกลัวผีหยุดอ่าน ละข้ามไปย่อหน้า ถัดไปเลยนะครับ โอเคนะน้องนิวพี่บอกละนะ) พอถึงที่พักในห้องมีกระจกเเตกอยู่ ตาบอลเลยเอาออก ตาบอลรู้สึกว่าตอนเอาออกเหมือนมันมีไร เเต่ก็กระจกเเตกเเล้วส่องละไม่ดี เลยเอาออก พอตกดึก หลังจากตี 2.00 ผมออกไปเเล้ว เพราะ นอนไม่ได้ เสียง กรน พี่นพสุดยอดมาก ผมลืมล๊อคห้อง ซะพักพี่นพเห็นเงาคนเดินอยู่ตรงปลายเตียง เเว่บเดินผ่านไป (ตอนเล่าไอ้หนึ่งบอกผมก็เห็นพี่) ตอนเเรกพี่นพบอกว่า อาจจะเป็นไอ้โตก็ได้ มันอาจจะเปิดประตูเบามากจนไม่รู้เรื่อง ส่วนไอ้หนึ่งตอนนั้นก็อ้าว ผีนิหว่า ไม่ใช่พี่โตเเน่ๆ พี่โตเข้ามาไม่มีเสียงประตูได้ไง เเต่ไอ้ที่ทำให้พี่นพเเน่ใจมากๆว่าผี คือ เค้าโผล่มาจากกำเเพงครึ่งตัวละลอยเหนือ เตียงไอ้น๊อตที่ตรงกับประตูพอดี พี่นพ ลุกมาสวดมนต์ เหอๆๆ ดีนะผมไม่อยู่ในห้องย้ายห้องไปเเล้ว จบละ

มาเรื่องหนังดีก่าา

ให้น้องส่งเเผ่น หนังเรื่อง ซัมเมอร์ ไทม์ เเมชชีน บูล มาให้ หนัง jap ครับหนังดีมาก หนังเล่าเเบบ 1 2 5 6 7 10 ละมาบอกเราทีหลังว่าไอ้ 3 4 8 9 คืออะไร บางจุดตอนดูยังลืมเยดมันมีเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอนิ เสียอย่างเดียวไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนเอาเครื่องไทม์เเมชชีนมาวางไว้

อ๋อลืมบอกพอกลับมาจาก ปิง ยู๋ โกว กินเนื้อย่างเลี้ยงวันเกิดไอ้น๊อต รอพวกมัน นานมากกว่าจะมากันครบทุกคน พอเลิก ของเยอะ กีต้า คอรดเพลง เอาปักกุญเเจหน้าห้อง ละลืม ตื่นมาเอาตอนเช้าดีนะของไม่หาย กุญเเจไม่หาย 555 bye bye

ปล. nudie เริ่มมีกลิ่นเเล้ว ช่วงนี้ร้อนละเหงื่อออกบ่อยเฮ้อ ขออีก 4 เดือนนะละจะซัก

อีกอาทิตย์ผ่าน เวลามันจะเดินเร็วไปถึงไหนนี้ อยากให้วันนึงมีซัก 30 ชั่วโมง จะได้ทำโน่นทำนี้มากขึ้น ไม่อยากมองนาฬิกาละตกใจกับเวลา ละคิดว่า ไรวะหมดวันอีกละ ยังไม่ทันทำไรเลย น่าจะรู้ได้ล่วงหน้าเนอะว่าทำไรละใช้เวลาคุ้มค่าหรือว่าใช้ไปเสียเปล่า ถ้าเป็นเเบบนั้นคงดีเนอะ เอาเถอะชีวิต ผิด ถูก ทำๆ ไปเถอะ มีเรื่องไรก็อย่าเก็บไปใส่ตัวมาก คิดอยู่ได้บ้าตายพอ เเต่ถ้ามันเริ่มคิดไปเเล้ว หยุดยากเนอะ อย่าสั่งให้มันหยุดเหมือนเหยียบเบรคจัง เฟ้อเจ้อ ฟุ้งซ่าน ผมเบื่อตัวเองเป็นเเบบนี้ครับ มันดูอ่อนเเอ ละก็ทำให้ศูยน์เสียความเป็นตัวเอง ไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่พักนึง ไม่รู้จะคิดเหี้ยไรนักหนา ละอยู่ที่นี้ ไปไหนก็ไม่ได้ จะไปทำไรคนเดียวเหมือนตอนอยู่ กทม มันก็ไม่ได้ เเค่คิดว่าต้องไปอัดกับคนจีนในรถเมล ตัวเหม็น ก็หมดอารมณ์ละ ละช่วงหลังๆ เรื่องเซ็ง มันลอยมาหาเรื่อย เฮ้อทำใจ (ลองฟังเพลงก้อนหินก้อนนั้น ของ โรส ดูครับ จะโดนมาก) พูดถึงเพลงนี้วันนั้น น้องฝ้ายงานเข้า นั่งเปิดเพลงนี้ให้น้องฝ้ายฟัง ละก็ชงโซจูผสมมะนาวไปด้วย ขอบคุณ ฝ้าย ก้อย ไปยกใหญ่ ว่า เอ็ง 2 คนไม่กินมาช่วยทำมาช่วยเก็บ เมาก็ไม่เมากับเค้า น่ารักจริงๆ หยิบโน่นนี้ให้ คั้นมะนาว ส่วนไอ้คนที่ไม่ได้ทำไร ก็ขอบคุณนะที่มานั่งดู เอ็งทำเเค่นี้เเหละพอเเล้ว ว่าเเต่มันอร่อยดีนะครับ เสียได้มะนาวที่นี้ไม่เหมือนบ้านเรา เป็นลูกสีเหลืองๆ ละเนื้อเยอะ เเถมเเพงอีก ทำให้ ตอนกินรสชาติมันโอเคเเล้ว เเต่เนื้อมะนาวทำให้ มันมีรสเปรี้ยว(ส่วนเกิน) ค้างในปาก ทำให้กินไปเรื่อยๆละ รู้สึกว่า มันเปรี้ยวไป น้องโยจ้า ถ้ามาอ่านเเล้ว พี่ไม่ได้กินเหล้า บ่อยอย่างที่นู๋คิดนะ สรุปคืนนั้น นอนตื่นมา เสื้อเบสบอลหลุด ตื่นมา งงมากว่า ทำไมเหลือเเต่ลองจอห์นวะ นิกู ร้อนจัดเลยถอด หรือว่า นอนดิ้นละมันหลุด

ช่วงที่ผ่านมาที่ประเทศจีนเรียกว่าวัน อู อี (五 一) เป็นวันเเรงงานเหมือนบ้านเราเเระ เเต่หยุดนานกว่า หยุดตั้งเเต่ วันที่ 1 – วันที่ 5 เลย สบายใจจริงๆ วันที่ 28/4/52 เลยไปเที่ยวสวนสนุกมา เครื่องเล่นเยอะพอควร สถานที่ตกเเต่งสวยดี เเต่คนเยอะ ต่อคิวนานพอควรกว่าจะได้เล่น ละได้เล่นเเค่ 15-20 เองเเต่สนุกดีครับ คุ้มค่ารอ มีคนจีนเเซงคิวด้วย หน้าด้านเหี้ย ลองนึกภาพตามครับ นึกถึงเเถวต่อคิวซื้อตั่วหนังบ้านเรา มันจะ ยึกยัก เค้าเห็นว่าเเถวหน้าเค้าไม่เดิน หยุดเดิน เจ้เเกปีนรั้วข้ามเลย เห็นละเยดเเม่งทำกันเเบบนี้เลยเหรอ เเต่สมน้ำหน้า โดนตัดเป็นคนหน้าสุดของรอบหน้า สมน้ำหน้า อีนางส้ม เอ้ย (เค้าใส่เสื้อส้ม ละสงสัยคิดว่าเเม่งสวย สวยตายละไอ้ควาย) (ตอนเขียนเซ็งๆ คนอ่านก็ทำใจหน่อยนะ เดียวก็หายครับ พูดถึงเรื่องเซ็ง คนอื่นก็มีเรื่องเซ็งเเหละ เพื่อนเลิกกะเเฟน เเฟนเก่าหันมากัด เฮ้อเยอะเเยะ ช่วงนี้เซ็งกันเยอะจริงๆ)

ลืมบอกไปว่าเก็บ handy drive 4gb (สวยด้วย) ได้บน taxi ตอนขึ้นรถไปน้องก้อยบอกพี่โตนั่งทับอะไรอะ พอหยิบมาดู oh 4gb กลับมาเอามาเปิดดู ตาบอลบอกว่าดูดิมี clip หลุดมั้ย ตอนเเรกตรวจไวรัส ละไม่มี โอเค ลองเปิด ปรากฎว่าเป็นรูป เจ้าของกับลูกชาย (ยังเด็กด้วย) ละมีหนังเรื่อง กังฟูเเพนด้า ด้วย กรี้ด เค้าจะเอาหนังไปให้ลูกเค้าดูปะวะนิ ตาบอลบอก ไอ้โตลบเถอะ 555 ได้เพ่ ลบละเอามาใช้กันเถอะ

มาพูดเรื่องหนังต่อเถอะ

รู้สึกว่าดูหนังทุกอาทิตย์เลยเเฮะ ดีละ
เรื่อง A man who was a superman หนังเกาหลีครับ ยัยตัวร้ายของผมเล่นเองเเหละ เรื่องนี้เจ๊เเกไม่มีมุมไหนสวยเลย เป็นนักข่าว เเต่งตัว ทะมัดทะเเมง (กระโปรงยังไม่มีเลย กางเกงผ้าล้วนๆ) หนังดีมากครับดูละจี้ดมาก อารมณ์หนังหลอกเราไปมา หลอกว่าไรลองไปหากันมาดูนะ เเถมยังซึ้งสุดๆ ยิ่งฉาก ไฟไหม้นิเล่นเอาน้ำตาคลอ ส่วนคนดูข้างๆร้องไห้เป็นอีบ้าไปเรียบร้อยเเล้ว (คิดดูครับ ระหว่างดูหนังร้องไห้ เดินไปเจอคนอื่น คนอื่นถามเป็นไร เล่าให้เค้าฟังว่าดูหนังมา ละจะเล่าว่าทำไมร้องไห้ ยังสามารถร้องต่อได้ เก่งนะนิ อีร้องไห้จนเป็นบ้า)

ไหนๆเซ็งๆ ก่อนจะไปเล่าเรื่อง นังหน้าโง่ ดีกว่า

นังคนเเรก จะหาผ้าห่ม นั่งอยู่ข้างเตียง ผ้าห่มมันก็อยู่ใต้ผ้าห่มอีกผืน (มันมีผืนหนากับผืนบาง จะหยิบผืนบาง) เอามือล้วง ถ้ามองก็จะเห็นว่า ผ้าห่มผืนหนามันนูนๆ เพราะผ้าห่มผืนเล็กมันเป็นก้อนๆ อยู่ เจ้เเกล้วงเท่าไหร่หาไม่เจอ เพราะว่าเจ็เเก้ล้วงใต้ผ้าปูที่นอน มันจะเจอมั้ย นังหน้าโง่

นังคนที่สอง กินมาหล่า (เออเอ็งเเหละนิว อ่านต่อด้วยนะ อย่าพึงขำ หรือคิดว่า นั่นเรื่องกูจริงด้วย) เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น มาหล่าเป็นอาหารคล้ายๆ สุกี้ครับ พอทานเสร็จก็จะเหลือน้ำซุปตามระเบียบ (ถ้าคุณทานน้ำซุปหมดมันก็ไม่ผิดระเบียบนะ) ถือขวดน้ำบนชามมาหล่า ละหลุดมือ ขวดกระเเทกน้ำซุปหกลงกางเกง เหมือนฉี่ราดเลย นังหน้าโง่

นังคนที่สาม ผมซ่อม notebook ให้ไปเเล้วเเต่ ยังต่อเนต กับที่หอไม่ได้ เลยเอา notebook ไปไว้ห้องตาบอลเพื่อเล่น wireless เดินไปตามห้องตาบอล ปะ ปะทำเนตที่ห้องกัน น้องฝ้ายบอกได้พี่ ละเดินออกจากห้องมาเลย น้องฝ้ายค่ะ notebook ยังอยู่ในห้องตาบอลค่ะ เดินถึงประตูจะปิดอยู่ละยังไม่รู้ตัวเหรอค่ะ ว่าลืม นังหน้าโง่

นังคนที่สี่ เล่น Ro กันอยู่หาที่ up skill ไม่เจอส่งรูปให้ดูก็เเล้วว่ามันกดตรงไหน บอกว่าหาไม่เจอ ซ้ายสุดไง ไม่เจอเหรอ เค้าบอกผมว่าไม่เจอ บอกพี่โต Login Id มาทำให้หน่อย สรุป ผมต้องเซฟรูป ละ เอาปากกาวงว่ามันอยู่ตรงไหนของรูป เจ๊เเกพึงจะอ๋อ น้องโยค่ะ ตอนนั้นหาไม่เจอจริงเหรอค่ะ พี่ให้ฉายานี้ข้ามประเทศเลย จากจีนถึงไทย จากต้าเหลียงถึงกรุงเทพ นังหน้าโง่

นังคนที่ห้า ก็เพราะ Ro อีกเเหละ คุณวินเเสนดี ส่งไฟล์ patch sv มาให้ พอส่งเสร็จก็ลบ เเทนที่จะลบเเต่ไฟล์ patch นังวิน ลบทั้งเกมส์เลย นังหน้าโง่

นังคนที่หกเเละเจ็ด ผมเอาหนังใส่ handy drive ไปให้ดู (อยู่ไทยเเจกเพลง หนัง มานี้ก็เเจกอยู่ดี) พอ handy drive กลับมา มีไวรัส 3 ตัวกรี้ด ตอนเเรกยังไม่เท่าไหร่ ละวันนั้นซื้อกล้องมา เลยไปดูให้ ปรากฎว่า เอา handy driver ไปเสียบดูเออ ไอ้ ไวรัส 3 ตัวเดิมเลยนิหว่า ลง nod32 ให้ดีกว่า พอ scan ดู กรี้ด ไวรัส 37 ตัว ใช้คอมกันยังไงนิ นังหน้าโง่

เรื่องสุดท้ายของผมเองครับ ผมเก็บขวดพลาสติก เเรกๆก็เก็บเล่นๆ พอคนมาเห็นก็เอามาให้เหยียบกันสนุก จนมาช่วง อู อี มันชักเยอะ ถุงเเน่น ถุงเเล้ว ถุงเล่า กองเต็มตรงประตูทางออก เอาวะ ได้ฤกษ์เอาไปขายเเล้ว ไปขโมยถุงขยะของหอมา 555 ละก็เอาไปขาย ก่อนออกไปพี่ปุ้ยบอกว่าจากปริมาณเยอะอยู่นะ น่าจะได้ 20 30 หยวน ผมบอกว่าปรากฎเอาไปขายได้เเค่ 5 หยวน เดินเเบกถุงไป ใหญ่ละก็ถือไม่ถนัด เเถมยังประตูเป๋ย ตอนนี้มันซ้อม ทำให้จะไปออกประตูเป๋ยได้ต้องอ้อม เหนื่อยโคตร พอจะถึงสะพานลอยบอก โบถือทีไม่ไหวเเล้ว เมื่อยเเขนมาก ตอนข้ามสะพานคิด ถ้าคนรับซื้อไม่มานิ นั่ง taxi กลับเเน่ๆ ปรากฎ เค้ามาครับเค้านับขวด 2 ขวดเล็ก เป็น 1 ละ 1 ขวดใหญ่ก็นับอีก 1 สรุปนับได้ 76 เค้าควักตังมา สรุปได้ 7.6 หยวน กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ถ้ามาเก้อนั่ง taxi กลับ taxi เริ่มที่ 8 หยวน กินข้าวมื้อหนึ่งราคาประมาณ 10 หยวน พอได้ตังมา เพลง เคว้งคว้าง nologo ลอยเข้ามาในหัวเลยครับ พอมาเจอพวกตาบอลหน้าร้าน หมี่เสี่ยน เดินไปร้องเพลง ร้องว่า เเค่อยากร้องไห้ วันนี้หัวใจปวดร้าวเหลือเกิน ตาบอลบอกมิน่าละพวกเก็บขวดขายมันดูไม่ค่อยเต็ม เพราะมันขายได้น้อยละเลยต้องไปหาขวดไปขายใหม่ 555 แถมยังมีคนเดินมาถามด้วยว่าโตเอาขวดมั้ย จนต้องเเปะป้ายหน้าห้องว่า ไม่ขายขวดเเล้วครับ Hurt!!!

ไปละครับ บายๆๆๆๆๆ

แปลว่า อะไรเดียวจะบอกครับ เเต่วันนี้มีความสุขมากครับ ก็ไปสวนสนุกมาครับ ไปกัน 21 คน เยอะมั้ยละ (เยอะเหี้ยๆ) นัดกัน 7:45 ผมตื่นตั้งเเต่ตี 5:30 6:45 อาบน้ำเเต่งตัวเสร็จเเล้ว เจอไอ้น๊อตมันบอก โหพี่โต ไมวันไหนไม่มีเรียนตื่นเช้าจัง มาคิดเออวะ จริง 555 (เดียวเล่าเรื่องตลในวันตื่นเช้าอีกวันนึงให้ฟังครับ) ไปถึงคนก็เยอะ ต่อคิวเล่นเครื่องเล่นเเต่ละอัน เฉลี่ยๆ รอกันประมาณ ชั่วโมงนึงได้ ละก็ได้เล่น สิบนาที เเต่สนุกดีครับ เล่นเสร็จลืมไปเลยว่าตอนรอเบื่อเซ็งนอยเเค่ไหนเเต่ตอนต่อคิว มันเเซงกันหน้าด้านมากครับ ปีนข้ามทางเดินกันเลย มีด่ากันด้วยถึงขั้นจะต่อยกัน สรุปเเล้วเครื่องเล่นมีพอๆกับดรีมเวิลล์บ้านเรา เเต่บ้านเราโหดกว่า สนุกกว่า ที่นี้เครื่องเล่นที่ทำให้เวียนหัวได้คือ ม้าหมุน ครับ ก็มันมีถ้วยอยู่บนม้าหมุนให้เราหมุนอีกที อืม หมุนสองต่อ ตายห่าพอดี เเรกก็หมุนสนุก รอบสอง รอบสาม นอนตายกันหมด อืม พี่นพกูหมดสภาพ รอบเเรกหมุนอย่างสนุำก รอบสองผ เยด พี่เเกยังหมุนอยู่ เเต่ช้าลง รอบสาม พี่เเก ไม่หมุนเเล้วพร้อมกับเอาหัวพิงขอบถ้วย อืมลูกพี่รับหยุดหมดกูเวียนหัวเเล้ว อาทิตย์นี้ใช้ตังเปลืองสุดๆ ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมาด้วย ดูเพนกวิน หมีขาวตัวใหญ่โคตรๆ น่ากลัวมาก ผมดูละกลัวมันมาก มันไม่ได้น่ารักเหมือนในโฆษณาโค้กเลยนะครับ) มีหมาจิ้งจอกสีขาวด้วย ไม่รู้เรียกว่าไรเเต่ไอ้หมาจิ้งจอกนี้เท่ห์นี้นะ สรุป 2 trip หมดไป 105+160 ปล ไอ้พิพิธภัณฑ์เหมือนเสียค่าโง่ ร้านถ่ายเอกสารหน้ามหาลัยขายบัตร 95 หยวนเอง ดังไม่เห็น ไปซื้อหน้าพิพิธภัณฑ์เจอมันฟันกำไรเละ เซ็งเป็ด เอาน่า คิดว่าได้เห็นเพนกวิน เยอะที่สุดในเอเชียเลยน้าาาา น้องจูนั่งคิดถึงบ้านเเน่เลย กลับจากสวนสนุกมายังมีเรื่องทำให้อารมณ์ดีอีก สรุปวันที่ 28/4/52 สะใจมาก ทำคนเจ็บใจได้สุดๆๆ เจ็บนี้อีกนานนะครับ คงจะจำหน้าเหวอๆ แบบนี้ไปอีกนาน (พ่ายเเพ้ราบคาบนะ น้องโบมาเอาคืนได้นะน้อง) เอาน่า ทำไรเหวอมาก็ฟังเพลงละกันนะ ฟังเยอะๆ เพลงเค้าก็เพราะ ฟังมันเข้าไป ว่าเเล้ว เปิดฟังบ้างดีกว่า เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าให้คนจีนลงโปรเเกรมที่คอมพิวเตอร์ของคุณ อ่านไม่ออก เพราะ window ไม่รองรับ มั่วอยู่นานเเต่กูทำได้ อืม ช่างคอมประจำหอจริงๆ (จริงๆดวงดี) เอาเเระเรื่องวันนี้พอเเระ อาทิตย์ผ่านๆมามีไรบ้างเขียนให้อ่านดีก่าา
วันนั้นเป็นวันเลี้ยงส่งเเฟนน้องฝ้ายกลับ กทม ไปกินข้าวกัน เเต่น้องนิวไม่สบายพอกลับมาถึงหอเลยไปดูอาการ ละทำมาม่าถ้วยไปให้ เธอยิ้มหวานจนเเก้มปริอยู่สองวัน อิอิ ไหนจะทำให้น้องโบอีก ดูเเลทั่วถึงจริงๆ มาม่าไทยนะน้องไม่ใช่มาม่าจีน ซื้อใจสองสาวด้วยมาม่า ถูกจริงๆ!!

ตั้งเเต่มาอยู่นี้ยังไม่เคยเล่าถึงความคิดของคนจีนที่มีต่อคนไทยเลย เค้าคิดว่าคนไทยต้องดำ (ผมบอกว่าคนไทยครับ เค้าถามต่อว่าในประเทศไทย คุณถือว่าขาวใช่มั้ย นิขาวก็มีเยอะนะครับ) ยังขี่ช้างอยู่ (อันนี้พี่บอลมา ละก็คนมองโกลที่ห้องก็ยังคิดว่าบ้านเราใช้ช้างในการคมนาคมอยู่) ผมเดินไปไหนมาไหน ซื้อของเค้าจะชอบคิดว่าคน ญี่ปุ่น เพราะตัวสูง เวงกรรม บ้านเราเรียกเค้าว่าไอ้ยุ่น เเต่เค้าเห็นผมสูงคิดว่าผมเป็นคนญี่ปุ่น จ๊าบมั้ย?? หรือไม่ก็ คุณเป็นคนเกาหลีทำไมไปเรียนภาษาไทย โหอันนี้คิดได้ไงวะ คนไทยโว้ย คิดละเคืองคิดได้ไงบ้านกูยังขี่ช้างอยู่่

มีคนนึงนอนไม่หลับ กว่าจะหลับก็ 2:30 ละกังวล คิดโน่นนี้ นอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ ตื่นมาตี 5:30 เออเดินเล่นดีกว่าเเต่งตัวเดินมาหน้าหอ คิดไปไหนดีวะ เออวะไปกินน้ำเต้าหู้ ระหว่างทางคิด นำ้เต้าหู้มันอะไรวะ ภาษาจีน เอาน่าชี้รูปเอา เดินข้ามถนนหน้ามหาลัย ร้านน้ำเต้าหู้อยู่อีก 15 เมตร เออวะ คำว่าเอากลับบ้าน พูดว่าไงวะ คิดไม่ออก เดินกลับ เดินข้ามถนนกลับมาเดินในมหาลัย เดินมาได้ประมาณ 5 นาที (ครึ่งทางละ) เออคำว่าเอากลับบ้าน คำว่า ต๋า เปา จำได้เเล้ว เลี้ยวกลับ ระหว่างเดินจะถึงมหาลัย เออ ถ้ามันไม่ใช่คำนี้ละวะ ละพูดว่าไงวะ เอาวะ พูดว่า 我要和这个外边 (เเปลว่า ผมอยากดื่มไอ้นี้ข้างนอก) เดินถึงร้าน เยดโด้ คนเยอะโคตร เออไม่เเดกก็ได้วะ กลับหอ กลับมาเล่าให้คนอื่นฟัง เค้าถามผมว่า ถ้าพนักงานในร้านมันยกโต๊ะมาให้มันกินนอกร้านจะทำยังไง 555 เอาน่าพี่นพ คำว่า ต๋า เปา มันถูกเเล้ว ไม่ต้องใช้คำว่า 我要和这个外边 หรอก
ส่วนเรื่องตลกมีอีกเรื่องครับ วันนั้นผมยังไม่หายไม่สบายเลยอยู่หอ เค้าไปเดินเล่น เล่นสกรุ็ปเกอร์ กัน (เขียนถูกปะวะ) ระหว่างที่อยู่หอคุยกะเเฟน น้องนิวเจอเเกล้งโทรมาหาบอกให้ไปรับหน่อย ผมบอกเเฟน (ตอนนั้นคุยกะเเฟนอยู่) อ้วนบอกว่าอย่าออกไปเลย ไอ้เราก็คิดว่าห่วงเราไข้จะกลับ ที่ไหนได้บอกว่า คาดผมเเล้วอย่าออกเลย รักษาภาพจน์หน่อย อืม เเฟนกู รักกูจริงๆ

ตอนนี้ห้องผมเป็นห้องทานข้าวไปเเล้วครับ คราวที่เเล้วกินยำกัน คราวนี้มีวันนึงอ่านหนังสือจะไปสอบที่เรียนพิเศษกิล่นไรหอมๆวะ ที่เเท้พี่ปุ้ยทำสุกี้ญี่ปุ่น สรุปเจ้เเกบอกว่าเอามากินห้องเเกนะโต อ้าว เเบบนี้ก็ต้้องกินด้วยละิดิ อร่อยดีครับ หวานอร่อยดี ขนาดไม่ชอบกินไรหวานๆนะนิ พึงถูห้องวันนั้นเอง สุกี้มาเลย ละมีอีกวันนึง กลับมาจากทานข้าวเจอพี่ปุ้ยโตทำยำอยู่เดียวกินห้องมึงนะ สรุป เจ้าของห้องไม่ได้กินขอใช้ห้องได้ด้วย โอ้ลืมไปเรื่องนึงคนไทยบอกว่าห้องที่นี้เล็ก ผมเถียงครับ วันนั้นพี่นพนอนตักพี่ปุ้ยในห้องผมได้ระหว่างกินสุกี้ อืม ถ้าห้องมันเล็กสองคนนี้ไม่น่าจะนอนตักกันได้นะ 555

ช่วงนี้กินมาล่าบ่อยมาก ทั้งๆที่เป็นอาหารที่กินครั้งเเรกเเล้วไม่ชอบเลย อะไรวะนิ กินบนถุงพลาสติก ลูกชิ้นเเป้งๆ ไส้กรอกปลอมๆ อาหารไรนิครั้งที่สองก็ยังไม่ชอบ ครั้งที่สามอร่อยมากครับ กินตอนไม่สบายเป็นไข้เจ็บคอ กินข้าวตามร้านอาหารไม่ไหวมันมีน้ำมันเยอะมาก เลยกินหมี่เสี้ยนกับมาล่า รัวๆ สรุปตอนนี้กินมาล่า สาม วันต่ออาทิตย์ได้ (วันนี้กลับจากสวนสนุกก็ไปทานมาครับ ซื้อ Crono ปลอมมาด้วย คู่ละหนึ่งร้อยบาท ไอ้น๊อตบอกจะไไปซื้อบ้างเอามาใส่กันเป็น gang) มาที่มาล่ากันต่อ มันเป็นอาหารที่ขายบนชามที่หุ้มด้วยถุงพลาสติก แหมเเค่คิดก็สยองเเล้วละซี่ เเต่มันอร่อยครับ คิดไว้ว่าว่างๆจะเอาชามไปเองบ้าง ไม่งั้นคงจะตายด้วยพลาสติก อีกทั้งตอนนี้ลูกชิ้น ค้นพบว่ามีอีก สองอย่างที่อร่อย ละก็มีเต้าหู้ปลาด้วย มันอร่อยตรงที่ น้ำซุปผสมด้วยซอสถั่วของชาบู ตามด้วยมาล่าละก็พริก มาล่าทำให้มีอาการชาตามปากนิดๆ เเต่น้ำซุปมันนิยอมรับตรงๆว่าดูไม่ออกจริงๆว่าทำมาจากอะไร ยาจีนก็เยอะอยู่ เอาเหอะมันอร่อยละกัน

ช่วงนี้ผมไม่อยู่ไทยมีข่าวลือต่างต่างนานา ไอ้โตอยู่นี้เเดกเหล้าทุกวัน กลับไทยไปมันจะชวนกินเหล้า สรุปมีเเต่เรื่องเหล้า ควย ครับ กูยังไม่เคยพูดว่าจะกลับไปเเดกเหล้า ละตอนนี้กูก็ไม่ได้เเดกมานานเเล้ว อย่ามั่วครับ อย่ามั่วครับ

ว่าต่อด้วยเรื่องอากาศ ตอนนี้อากาศอุ่นเเล้ว มาอุ่นเอาวันจันทร์ 27/4 นิเเหละครับ หลังจากที่น้องจูบอกว่า เดียวมันก็อุ่นละพี่ ไม่ต้องซื้อ heater หรอก อืม สองเดือนผ่าน ดีละที่ซื้อ วันที่ 25/4 ออกไปโอลิมปิคเคอะ กันครับ สถานที่ซื้อของไอที ตอนเเรกว่าจะไปกะไอ้โบ ไปๆมาๆ ไอ้โบอยู่หอนั่งฟังเพลง ผมไปเดินกับพวกตาบอลซะงั้น วันนั้นลมเเรงมากครับ รอรถเมล์นานมาก ลมเเรงเหี้ย มีจังหวะนึงผมปลิวตามลม เดินๆละอยู่ๆเดินเร็วขึ้นเจอลมดัน มีเสียงของกระเเทกกัน ข้าวของปลิวตามลมมั่วไปหมด พวกผมหลบลมอยู่หลังรถยนต์ เเต่หารู้ไม่่ว่าบนรถมันมีคนขับละมันก็เลื่อนออกไปหลังจากพวกผมมาหลบลมได้ 2-3 นาที พอรถออกละขำกันชิบหาย วันนั้นเดินสนุกมากครับ ถึงจะมีเรื่องเซ็งเข้ามาเเต่ก็ไม่มีเวลาคิดเท่าไหร่ คนโน่นนี้ ถามโนน่นี้ เลยรู้ว่า อุปกรณ์เกมส์ที่นี้ถูกกว่าที่ไทย 555 ซื้อ Wii ดีมั้ยนิ

เรื่องสุดท้ายละครับ
ได้ดูหนังอีก 3 เรื่อง Slumdog Milllionaire กับ Cape no7. ละก็ความสุขของกะทิ
เรื่องเเรก สนุกมาก ละก็จี้ดมากครับ เนื้อเรื่อง การเล่าเรื่อง ไหลไปอย่างนิ่มนวล ดึงดูดคนดูมากๆ ผกก มันเก่งนะนิ เป็นหนังที่ได้รางวัล Oscar ที่เชื่อถือได้ครับ (ปกติมึงได้รางวัลมานิไม่เห็นชอบเลย ขนาดดูเรื่องเข้าชิงยังไม่ชอบเลย)
เรื่องที่สอง เป็นหนังไต้หวัน ซื้อเเผ่นที่นี้เเหละ ดูปกอยากดูมาก หนังจังหวะดีมาก เรียกเสียงหัวเราะคนดูด้วยการตัดต่อภาพในการเล่าเรื่อง ฮามากครับ ซึ้งดูง่าย เพลงก็เพราะ นางเอกก็เนียน ว่าเเต่ผมเคยเห็นผลงานเค้ามาจากเรื่องอะไรหรือที่ไหน มาก่อนคิดไม่ออก ตอนดูคุ้นหน้ามากๆ ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก เหอๆ
สุดท้ายความสุขของกะทิ หนังเค้าดีครับ ละจะดีกว่านี้ถ้าผมดูเเผ่นหนึ่งก่อนละค่อยดูเเผ่นสอง 555 ก็ว่าไมหนังมันเล่าเรื่องเเปลกๆ ดูไม่รู้เรื่องอีกทั้งยังเอา ช่วงบีบอารมณ์คนดูมาไว้กลางเรื่อง เเบบนี้หนังมันกะจะจบเเบบไหนวะ พอเเผ่นเเรกจบ (เเผ่นสองอะเเหละ เเต่ดูเเผ่นเเรก) อ้าว ทำไมมันมีเพลงพี่นพ พรชำนิ ร้องวะ เวงกูใส่เเผ่นสองก่อน โง่ได้อีก) ทำไอ้โบเซ็ง 5555 ละวันรุ่งขึ้นก็ต้องตัดหน้ามันเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟัง เราจะได้ไม่อายมาก อิอิ ไปละครับ ว่าจะรอดูบอล บารซ่า เจอ กับ เชลซี อีก 45 นาที จะหลับมั้ยนิ บายครับไว้เจอกัน

หลังที่จาก เรื่องโชคร้ายผ่านไป ตอนนี้เป็นเรื่อง คนอื่นเเทนละครับ คนเเรกงานเข้าส่งตรงจากประเทศไทย อีกคน เจอกัดไม่ปล่อย เเหมก็ให้เค้าซะขนาดนั้นละเอ็งอารมณดีร้าย ดูง่าย ดูง่าย วันไหนเค้าหงุดหงิดผมเซ็งครับ เเต่หากวันไหนเค้าอารมณ์ดีกว่าปกติ ผมเซ็งหนักกว่าเดิม กลับไปดีกะมันอีกละ เฮ้อ ส่วนคนสุดท้าย คนที่เชื่อใจกลับไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด สามวันติด ปัญหามาต่อเนื่อง พุธ พฤ ศุกร์ เออ ให้กูพักบ้างเถอะ ขยันมาหากูกันจริง ขนาดไอ้เราเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องคนอื่นเเล้ว ปกติเค้าเล่าไรมาก็จะรับฟัง ช่วยไรได้ก็ช่วยตอนนั้นเเหละ เเต่ไอ้ สาม เรื่องนี้ ดันเก็บมาคิดละหงุดหงิดเเทน ไม่รู้จะหงุดหงิด คนของเรา หรือ คู่กรณีดี เฮ้อ!!! ดีละผ่านมาได้ ละก็ดีละที่ไม่ใช่เรื่องของเรา พี่ปุ้ยยังบอกเลยว่า ทำไมไอ้รอบนี้เรื่องมันเยอะจังวะ มากคน มันก็มากความพี่ เล่าให้อ้วนฟัง เจ้เเกดู enjoy ละอยากอยู่ด้วยในเหตุการณ์มาก ถึงกะบอกว่า อยากเจอเเบบนี้ อ้วนชอบ เเฟนกู เก่งจริงๆ อยู่ไทยเลี้ยงโบ้ไปเถอะ อ๋อ ลืมเล่าตอนนี้ผมมีงานทำละนะครับ เดินซ่อมคอมให้ชาวบ้าน (มีคนมองโกลเอามาให้ทำด้วย ดีนะเค้าเป็นเพื่อนเรียนห้องเดียวกัน ไม่งั้นคงไม่ทำให้) งานยุ่งพอๆกับหมอเลยเเฮะ เดินเข้าเดินออก ห้องตัวเอง (ถึงขนาดลืมกุญเเจตอน เที่ยงคืน กับ ลืมกุญเเจ วันนึงสองรอบในเวลาห่างกันไม่ถึง สองชั่วโมง) ไหนจะหาหนังให้ชาวบ้านอีก อยู่ไทยเป็นไงอยู่ที่นี้เป็นอย่างงั้น เป็นคนของประชาชน อีกเเล้ว (ปล. load itunes มาใช้เเล้วเพราะ aimp มันกดให้ show playlist ไม่่ได้ ไม่รู้เป็นอะไร โปรเเกรมนี้เสียงดีครับ ลองหามาใช้ ละก็เปิดฟังไปคนใน list msn เห็นด้วยนะว่า เราฟังเพลงไร เเต่ตอนเเรกหาไม่เจอ เลยถามน้องโบ น้องโบบอกว่า ตอนขอให้ช่วยทำหน้า เเบบว่า นิกูต้องมาขอให้มันช่วยเหรอนิ เก่งคอมต่างกันราวฟ้ากะเหว ไหนๆๆ คิดภาพออกเเล้ว เล่าเรื่องให้ฟังเลยละกัน คือ น้องโบใช้ itunes ละมีวันนึง ใน msn มันไม่ยอมบอกว่า ฟังเพลงไรใน itunes อยู่ ผมเลยบอกให้ลองออก msn ไม่ก็ปิด itunes มันก็ไม่หายครับ ผมเลยบอกว่าเป็นที่ peopleware มั้ง น้องโบนั่งหาว่า peopleware มันอยู่ตรงไหนของ msn tool > option ก็ไม่มี ซักพักน้องโบพิมกลับมา อยู่ไหนหาไม่เจอ ผมนั่งขำ หาจริงเหรอวะนิ ละคิดดูครับว่าผมต้องมาถาม น้องโบว่า ทำไงให้มันโชว์ว่าเราฟังเพลงอะไรผ่าน msn กรี้ดดดดดดด) เเต่ก็ยังโง่ๆๆ เหมือนเดิม จะเอาปลอกหมอนไปซักกับถุงเท้า น้องโบบอกว่า ทำไมเอาไปซักด้วยกัน ก็บอกว่า อ้าวทำไมละ น้องโบบอกว่า น้ำล้างถุงเท้ามันก็เอามาล้างปลอกหมอนอะดิ เออวะ ลืมสนิท

ตอนนี้มีปัญหาปวดกล้ามเนื้อ ชายโครงข้างซ้าย มีอาการชา พี่นพบอกว่า เพราะว่าให้ลองเปลี่ยนบุคคลิก เเต่ท่าทางจะยาก กินยามา สามวันเเล้วก็ดีขึ้นครับเเต่ยังมีอาการอยู่ พี่นพบอกอย่ากินเกิน 15 เม็ด ตับละเเย่เอา อืม งั้น หยุดที่ สิบเม็ดละกันนะ พอก่อน ให้มันชาๆๆบ้างละกันดีกว่าไม่มีตับ (ni de kan you wenti ma) << เพลงประกอบปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น
อยู่จีนมากๆ เริ่มเห็นคนไทยมีปัญหากับ ภาษาไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพวกเรียน ขั้นสูงๆ ยิ่งมีปัญหา เช่น ปัญหาการเว้นวรรค ประโยค ลองคิดภาพ น้องนิวเกาะเเขนน้องจู กำลังพยายามจะบอก ไอ้หนึ่งว่า พี่หนึ่ง นิเเฟนนิว กับ พี่หนึ่งนิเเฟนนิว (น้องนิวอ่านเเล้วอย่าเอาไปฟ้องไอ้หนึ่งนะพี่กลัวเจอมันต่อย) สรุป น้องจูเดินมาห้องผมบอกว่า นิวบอกว่า พี่หนึ่งเป็นเเฟนนิว เเหม เว้นวรรคต่างความหมายเปลี่ยน เจอล้อไปละกันนะ อิอิ หรือ เวลาเราเดินลงเนินเราต้อง ขืน ตัว มันน่าจะพูดว่า ฝืนตัวมากกว่านะน้องโบ อย่ามาเล่นท่านี้นะ เค้าต้องบอกว่า อย่ามาทำเเบบนี้นะ หรือไม่ก็ อย่ามาทำท่าทางเเบบนี้

พูดถึงเรื่องภาษา ตอนนี้ น้องก้อยเอาเเมวมาเลี้ยง เดิมมันมีคนเกาหลีเลี้ยง เเมวชื่อ อลิชซาเบธ เเต่ด้วยสำเนียงเกาหลี เรียก อลิชซาเบธ ไม่หัน ต้องเรียกว่า อลิซาเบตซื ต้องมี ซื จ๊าบมาก

ตอนนี้ซื้อเตาไฟฟ้ามาทำกับข้าวเองเเล้ว พี่นพก็เหนื่อยหน่อย ส่วนพวกที่ไม่สนห่าไรก็มารอเเดกเหมือนเดิม ด่าไปก็เท่านั้น ควายได้อีก
วันเเรก น้องจูทำยำ กินกันไม่หมด ผักเยอะเกิน ไอ้เราก็คิดว่าจะเเบ่ง เป็นชามเล็กๆละก็ราดน้ำยำละคลุกทีละนิด เทลงหม้อหมดเลย คิดดูครับต้มมาม่า สองห่อ ยังไม่รู้เลยว่าใส่มาม่าไปเเล้ว กินไม่หมด ทำไงหรือครับ หาเหยื่อ คนต่างชาติเดินผ่านมา 这是泰的菜ิี不辣 แปลว่า นิอาหารไทย ไม่เผ็ด ลองกินมั้ย สรุป เผ็ดทุกคน เปลืองนมกูอีก เเต่สนุกดีครับ คนเกาหลีเจอไปหลายคน คนทานได้ก็มีนะ

ลาไปด้วยรูปเค้าทำยำกันละยกมากินห้องผมกัน (ไอ้คนอยากกิน ดันกินเผ็ดไม่ได้เเต่อยากกิน สรุป น้องจู กินนมไป สาม ห่อ ดับเผ็ด นิเอ็งกินยำหรือกินนมนิ) อัดกันมา สิบคนได้ ดีใจนะนิ ถึงห้องจะเลอะ หลังจากพึงถูไปหยกๆ ช่างมันเถอะ อร่อยดี ตอนเเรกกินละเผ็ดมาก กินไปกินมา (chi lai chi qu) ทำไมตะกี้กูกินละเผ็ด สงสัยไม่ได้กินเผ็ดนานมั้งเลย ต้องปรับตัวนิดนึง บาย

ลืม ก่อน บาย เห็นคำว่า ปรับตัว ล่าสุด วัน พุธ ตื่นเช้ามา ฝนตก ละกลายเป็นเกล็ดหิมะ ขาวไปทั้งมหาลัย ตอนสายฝนหยุด เเดด ออก ร้อน มาก เย็น ลมเเรง อากาศหนาวมา พระเจ้า กูอยู่ต้าเหลียง หรือที่ไหนนิ

ัยำมาม่า